เริ่มต้นปีใหม่กันแล้ว เพื่อนๆก็คงจะมีเป้าหมายที่จะทำในปีนี้กันแล้วใช่ไหมครับ เพราะผมเล่นเฟสบุ๊คแล้วเพื่อนๆน้องๆในเฟสบุ๊คพากันโพสเป้าหมายที่จะทำในปีนี้กันเต็มหน้าฟีดเลยล่ะ

  • บางคนบอกว่า จะต้องมีเงินเก็บ 10 ล้าน
  • บางคนบอกว่า จะปลดหนี้บัตรเครดิตสัก 2-3 ใบ
  • บางคนบอกว่า จะต้องมีบ้าน
  • บางคนบอกว่า จะต้องมีรถเบนซ์
  • บางคนบอกว่า จะต้องมีคอนโดให้เช่าสัก 1-2 ห้อง
  • บางคนบอกว่า จะมีพอร์ตหุ้นสัก 1 ล้าน
  • บางคนตั้งใจเลยว่าจะลาออกจากงานประจำ หรืออาจจะยังไม่ลาออกแต่จะสร้างธุรกิจส่วนตัวไปพร้อมกับงานประจำ

การมีเป้าหมายเป็นสิ่งที่ดีครับ เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว แล้วเราจะต้องทำยังไงให้เราไปถึงเป้าหมายนั้นได้จริงๆ

เพราะบางครั้งเราวางเป้าหมายไว้สูงเกินไปแล้วมันก็ไม่มีโอกาสเลยว่าเราจะไปถึงมันได้

ถ้าบอกว่าอยากเก็บเงินสัก 1 แสน เรามีเงินเดือน เดือนละ 30,000 บาท หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าไม่เที่ยวก็จะเหลือเก็บเดือนละ 8-9,000 บาท แบบนี้ยังพอมีโอกาสว่าจะไปถึง เพราะมันเห็นเป็นรูปธรรมเลย ว่าเราจะสามารถเก็บเงินได้ อาจจะเก็บเงินในบัญชี หรือเก็บในกองทุนอะไรก็ได้

แต่อีกแบบจะเป็นแบบ เราจะมี Passive income เดือนละ 40,000 บาท ซึ่งแบบนี้มันไม่เคลียร์ เพราะถ้าเราตั้งไว้แบบนี้ จะต้องเขียนแผนให้ชัดเจนว่าเราจะทำอะไรให้มี Passive income เดือนละ 40,000 บาทนี้ ต้องแจงให้ชัดเจน

ลักษณะของเป้าหมายที่ดี

1. เป้าหมายต้องมีความเคลียร์ ชัดเจน และต้องวัดผลได้

ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราจะปลดหนี้บัตรเครดิตสัก 4 ใบ รวมเป็นหนี้ทั้งหมด 4แสนบาท มันดูเคลียร์ ชัดเจนว่าจะจัดการกับหนี้บัตรเครดิตของเรา และสามารถวัดผลได้ว่าหนี้เราที่มีอยู่ตรงนี้ 4 แสนบาท

ซึ่งถ้าเราตั้งเป้าหมายไม่ชัดเจน มันก็เป็นการตั้งที่สะเปะสะปะ เห็นคนอื่นตั้งก็อยากตั้งบ้าง เห็นหน้าวอลเพื่อนมี New year’s resolution ฉันจะไปยอมมันได้อย่างไร มันจะมีเงินเก็บ 3 ล้านใช่ไหม ฉันก็เขียนเลยว่า ฉันจะมีเงินเก็น 3 ล้านเหมือนกัน ซึ่งแบบนี้มันไม่มีประโยชน์ใดๆ

2. เป้าหมายนี้ทำไปทำไม Why  มีแล้วมันจะดีอย่างไร

เวลาเราเซตเป้าหมายเราเสร็จแล้ว สิ่งที่เราต้องถามตัวเองเสมอคือ Why เป้าหมายนี้ทำไปทำไม มีแล้วมันจะดีอย่างไร

ซึ่งผมเห็นว่าการที่เราตั้งเป้าหมายแบบคนอื่น เห็นคนอื่นโพสก็โพสบ้าง เขามีหัวข้ออะไร เราก็อยากจะมีหัวข้อนั้นไปด้วย ซึ่งแบบนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ มันไม่มีพลังที่จะมาผลักดันเราให้ทำเป้าหมายนั้นให้ประสบความสำเร็จได้

เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องถามตัวเองเสมอคือ เป้าหมายที่เรามี เรามีไว้เพื่ออะไร ถ้าเราทำมันสำเร็จแล้วมันจะเป็นอย่างไร หรือมีผลอะไรตามมา

ยกตัวอย่างเช่น ฉันจะปิดบัตรเครดิต 2 ใบ ใบละ 1แสนบาท ซึ่งการปิดบัตรเครดิตมันก็เป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเรา เพราะสิ่งที่ตามมาก็คือ เราจะมีเงินออม และเราก็จะได้สะสมความมั่งคั่งที่เราตั้งใจว่ามันควรจะทำให้มันแล้วเสร็จใน 10 ปี 15 ปีสักที ถ้าติดลบอยู่อย่างนี้ มันก็ไม่ไปไหน ไม่ไปข้างหน้า

ซึ่งเวลาเราเขียนเหตุผล เราสามารถเขียนอธิบาย บรรยายยาวๆได้เลย เวลาเราเหนื่อยหรือเราท้อกับเป้าหมาย ก็กลับมาอ่าน Why เป็นการเตือนใจของเรา

มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว คนเรากว่าจะไปถึงเป้าหมายก็ต้องอดทนทำ ต่อสู้เป็นปี มันก็ท้อแท้กันได้ เราก็กลับมานั่งอ่านว่าจุดเริ่มต้นทั้งหมดของเรามันมาได้ยังไง ทำไมเราถึงต้องทำมันให้สำเร็จ

3. มีระยะเวลาแล้วเสร็จของเป้าหมายที่ชัดเจน

คือต้องบอกว่าเป้าหมายที่เรามุ่งหวังไว้มันจะเสร็จตอนไหน บางคน 3 ปีข้างหน้า  หรืออาจจะ 5 ปีข้างหน้า
ซึ่งเวลาที่เราจะกำหนดตัวเลขของระยะเวลาแล้วเสร็จให้คิดดีๆนะครับ​ เพราะถ้าตั้งใกล้ไปก็จะเหนื่อย แล้วก็จะรู้สึกล้าก่อนจะไปถึงเป้าหมาย

เวลาจะเซตเป้าหมายขอให้คุณมี 3 ส่วนนี้เสมอนะครับ ถ้ามี 3 ส่วนนี้ครบก็จะถือว่าโอเค ความชัดเจนในการตั้งเป้าหมายของเรามันก็จะดีประมานหนึ่งละครับ

สุดท้ายนี้การตั้งเป้าหมายก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราเดินไปสู่ความสำเร็จ เดินไปสู้เป้าหมายอย่างที่เราคาดหวังไว้ แต่ถ้าเราไม่เริ่มลงมือทำ เป้าหมายนั้นก็จะเป็นแค่แผน ที่เราเขียนใส่กระดาษไว้ ซึ่งมันไม่ความหมายใดเลย

ขอให้ตั้งใจ แค่คุณตั้งใจก็จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายนั้นได้แล้วครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!