วางแผนการเงิน ขุมทรัพย์ที่หลายคนมองข้าม

วางแผนการเงิน ขุมทรัพย์ที่หลายคนมองข้าม

 

วิดีโอนี้คุณจะได้รับรู้ สิ่งที่จะทำให้คุณมั่งคั่งในรูปแบบที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ยุ่งยากเหมือนที่คุณเคยเจอในเรื่องเกี่ยวกับเงิน

ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

ประเด็นที่ 1 : ทำไมเรื่องการเงินต้องยาก

เรื่องการเงินไม่ใช่เรื่องยาก มันเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องรู้อยู่แล้ว
เหตุผลหลักๆที่ก่อตั้งเพจ moneyseries คือ เราไม่อยากให้เรื่องเงินเป็นเรื่องยาก เพราะเมื่อก่อนเราก็เป็นคนที่เข้าใจเรื่องการเงินยากมาก ไม่เคยตระหนักเรื่องการเงิน แถมยังเป็นคนที่เก็บเงินไม่อยู่อีกด้วย
แต่เพราะอะไรที่ทำให้เราสนใจเรื่องนี้และตระหนักในเรื่องการเงินนี้

ประเด็นที่ 2 : วางแผนการเงินขุมทรัพย์ที่หลายคนมองข้าม

เคยเป็นไหมครับ ที่เข้าแบงค์ไหนก็มีแต่พนักงานบอกว่า  เก็บออมกับแบงค์นี้สิ กองทุนนี้ให้เงินปันผลดี ดอกเบี้ยสูงมาก ประกันตัวนี้เหมาะกับพี่มากเลย สะสมทรัพย์แป๊ปเดียว พี่ก็ได้ละ

พอไปอีกแบงค์ก็พูดแบบเดียวกับ

แล้วคือที่ไหนมันดีจริงๆ มีใครเคยบอกเราไหมว่าอันไหนที่เหมาะสมกับเราจริงๆ…

ประเด็นที่ 3 : การลดหย่อนภาษี

กว่าที่ผมจะมาเข้าใจเรื่องภาษีก็ 1 ปีกว่าๆ เพราะก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้ยื่นภาษีเอง บริษัทที่ผมทำงานวิศวกรด้วยเขายื่นให้ และเราก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องภาษีเลย แล้วถ้าเราจะยื่นภาษีด้วยตัวเอง เราจะต้องเตรียมตัวยังไงและทำอย่างไรบ้าง

ประเด็นที่ 4 : วางเป้าหมาย

หลังจากทำงานได้1ปี ได้โบนัสมากก็ใช้จ่ายโน้นนี่ ไหนจะซื้อไอโฟน ซื้อรถ ซื้อบ้าน
แต่สุดท้ายประเด็นก่อนที่จะมาตระหนักเรื่องเงินก็คือ ช่วงนั้นผมมีแฟน ซึ่งเขาเป็นคนที่จุดประเด็นผมขึ้นมานั่นก็คือเรื่องการแต่งงาน  และนี่หล่ะคือ GOAL  ที่ผมต้องทำ

เป้าหมายที่ 1 ต้องเก็บเงินแต่งงาน แล้วจะเริ่มยังไง ทำยังไงให้ได้เงินก้อนนี้มา

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นนั่นก็คือ พ่อของผมป็นมะเร็งที่โคนลิ้น มันเป็นเรื่องที่หนักมาก ทำให้ผมได้คิดว่าเรื่องโรคภัยไข้เจ็บสิ่งที่เราไม่เคยคิดกับมัน มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน ซึ่งเราไม่เคยวางแผนเรื่องนี้ไว้เลย ผมไม่ได้วางแผนเรื่องประกัน ถ้าวันนั้นผมทำประกันโรคร้ายแรงให้กับพ่อของผม วันนั้นท่านก็คงจะได้รับการรักษาที่ดีกว่านี้ และรวดเร็วกว่านี้

ซึ่งในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ คือพ่อผมเป็นข้าราชการบำนาญ ก็จะมีสวัสดิการที่รักษากับโรงพยาบาลรัฐได้ ได้ใช้สิทธิรักษา

และผมก็ได้นึกย้อนกลับไปว่า ถ้าในครอบครัวหลายๆคนหรือครอบครัวเราไม่ได้มีใครที่เป็นข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ  ล่ะ จะต้องเอาเงินที่ไหนรักษา  เพราะเงินในการผ่าตัดแต่ละครั้งไม่ใช่น้อยๆเลย

เป้าหมายที่ 2 การวางแผนประกันความเสี่ยงให้คนในครอบครัว

ประเด็นที่ 5 : สรุปสามเหลี่ยมปิรามิด เปลี่ยนจากเรื่องที่ดูยุ่งยาก ให้เป็นเรื่องง่ายๆแถมยังสนุกอีกด้วย

สิ่งแรกที่เราควรทำเป็นขุมทรพย์เรื่องการวางแผนการเงินของเราคือ

1. หนังสือพ่อรวยสอนลูก ที่จะสอนให้เรารู้จักว่ารูปแบบรายได้ของเงิน ของรูปแบบบัญชีง่ายๆ ว่าเงินไปทางไหนเข้าออกทางไหน ใช้จ่ายออกไปเป็นรายจ่าย หรือว่าเป็นสินทรัพย์ แล้วจะจ่ายเงินกลับเข้ามาหาเรายังไง

2. ปิรามิดทางการเงิน
         – เก็บออมเงินยังไง
         – เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน
         – การทำประกัน
         – เก็บเงินเพื่อการศึกษาลูก
         – เก็บออมเงินเพื่อเตรียมเกษีนณ
         – เราต้องลงทุนยังไง และลงทุนที่ไหน

 

ติดตามเราได้จากหลากหลายช่องทางดังนี้

FB : https://web.facebook.com/moneyseriesprojects/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UC9v-IIpC25oyMYqZVjhA_GQ
Podcasts : https://open.spotify.com/show/5ZwHPW1RhbMdugY1nPqA8J
Website : http://moneyseries.net
Line : @moneyseries https://line.me/R/ti/p/%40moneyseries

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
” มีเงินร้อยล้าน​ พันล้าน​ ก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้ “

” มีเงินร้อยล้าน​ พันล้าน​ ก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้ “

 “มีเงินร้อยล้าน​ พันล้าน​ ก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้”

คำพูดนี้ได้ยินบ่อยมากครับ เราเป็นวัยรุ่นอาจจะยังไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพตัวเองสักเท่าไหร่​ ใช้ร่างกายสิ้นเปลือง​

ไหนจะกินข้าวไม่ตรงเวลา​ นอนดึก​ กินชา กาแฟทุกวัน​ กินเหล้า​ สูบบุหรี่​  จ้องจอคอมหรือมือถือเยอะๆ​

และเมื่อมีคนตักเตือน​ เราก็มักจะมีเหตุผลมาอ้าง​เสมอ​ว่า

  • นานๆทีปาร์ตี้​น่ะ แค่อาทิตย์ละ​ 4-5วันเอง
  • ที่นอนดึก​ตี3ตี4ก็เพราะ​ต้องทำงานส่งหัวหน้าให้ทัน​นั่นหล่ะ
  • ก็ง่วงเลยต้องกินกาแฟ​ จะได้มีแรงทำงาน​ไงล่ะ
  • บราๆๆๆๆ​

ซึ่งข้ออ้าง​ หรือเหตุผลต่างๆมันไม่ได้ทำให้เราดูดีขึ้นเลย​

เพราะการที่เราไม่ดูแลตัวเอง​ ละเลยสุขภาพตัวเอง​ ก็จะทำให้เราเจ็บป่วยง่าย​

 

บางคนอาจจะยังไม่เจ็บป่วย​ หรือเป็นโรคตอนนี้​ แต่ในอนาคต​โรคร้ายแรงหรือสุขภาพที่เสื่อมเสียก็จะเกิดขึ้นกับเราได้ง่ายๆ

ซึ่งเวลาที่เราป่วยก็จะต้องเข้าโรงพยาบาล​บ่อย​ หรืออาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลตลอด​ ผมว่าคงไม่มีใครอยากจะเข้าแต่โรงพยาบาล​ใช่ไหมล่ะครับ

 

ดังนั้นรักตัวเองตั้งแต่ตอนนี้​ ดูแลสุขภาพตัวเองตั้งแต่ตอนนี้​ อย่ามัวแต่หาข้ออ้าง​ครับ​

เพราะสุขภาพที่ดี​หาซื้อไม่ได้ครับ​ ขอบคุณครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
” ประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่ถึงจะดี.. “

” ประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่ถึงจะดี.. “

สวัสดีเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ​ ทุกคนคงรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่าประกันชีวิตเนี่ยเป็นเรื่องที่ดีมาก

ใครยังไม่รู้ว่าประกันชีวิตมีข้อดี​อย่างไร​ ก็อาจจะไปศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการประกันความเสี่ยงในชีวิตของเราในบทความของ​ moneyseries.net ได้เลยนะครับ

ซึ่งผมเองก็เจอมาหลายๆคนครับ ที่รู้สึกแอนตี้กับการทำประกันเป็นอย่างมากเพราะหลายๆคนอาจจะคิดว่า​ เออ​ เขาเข้ามาคุยกับเราเพื่อหวังผลประโยชน์จากเราหรือเปล่า​ แต่ว่าจริงๆแล้วคนที่ได้ประโยชน์จากการทำประกันก็คือตัวเราเองนี่แหละครับ

ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำประกันชีวิตก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็น เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินสูญเสียครับ

เอาล่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันก่อนว่าคนที่เข้าใจความสำคัญเกี่ยวกับการทำประกันอยู่แล้วเนี่ยเราจะวางแผนยังไงดีนะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าการทำประกันชีวิตของเรา เราต้องทำเท่าไหร่มันถึงจะพอ และเหมาะสมกับเรา บางคนก็คิดว่าทุนประกัน 1,000,000 บาทก็คงพอแหละ แต่กับบางคนอาจจะ 3,000,000 บาท​ บางคนก็อาจจะต้องทำถึง 10,000,000บาท​ หรือ 30,000,000 บาท​ อันนี้ก็แล้วแต่ความพอใจและกำลังทรัพย์ของแต่ละคนครับ

แล้วเท่าไหร่ล่ะ เราถึงจะคิดว่า เฮ้ย!! นี่แหละคือสิ่งที่เราคิดว่ามันพอดี มันสามารถทำให้เราอยู่รอดได้หรื​อว่าทำให้ครอบครัวเราสามารถอยู่ต่อได้โดยที่ไม่มีเรา

วันนี้เราจะมาบอกเรื่องเกี่ยวกับการประเมินนะครับ โดยส่วนใหญ่แล้ว​การวางแผนการเงิน​ จะประเมินทุนประกันที่เหมาะสมกับเราเอาไว้ก็คือ​ 70% ของรายจ่ายทั้งปี​ ทั้งหมด 7 ปีครับ ( 7ปีเป็นอย่างน้อยนะครับ )

70% ของรายจ่ายในแต่ละปีของเรา จะคิดไป 7 ปี อันนี้คือมูลค่าที่เราควรจะมีสำหรับทุนประกันชีวิตนะครับ ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เราไม่อยู่แล้ว ครอบครัวของเราก็จะใช้เงินทุนประกันนี้ได้ครอบคลุมถึง 7 ปีครับ

ยกตัวอย่างเช่น​ ถ้าคุณมีรายจ่ายต่อปีอยู่ที่ 300,000 บาทนะครับ
คิด 70%ของรายจ่ายต่อปี ก็คือ 300,000 *0.7 = 210,000 บาท
รวมทั้งหมด 7 ปี คือ 210,000*7 = 1,470,000 บาท

เพราะฉะนั้นทุนประกันที่เหมาะสมที่ทำให้ครอบครัวเราอยู่รอด ในยามที่เราไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ได้ถึง7 ปีก็คือ 1,470,000 บาทครับ ( ยังไม่คิดรวมอัตราเงินเฟ้ออีก 7 ปีนะครับ )

ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะคิดว่าทุนประกันนี้สูงเกินไป เราก็อาจจะลดทุนประกันลงมาอีกได้นะครับ เพราะมันคำนวณจากค่าใช้จ่ายต่อปีของเรา ถ้าค่าใช้จ่ายน้อย ทุนประกันก็อาจจะลดน้อยลงกว่านี้ก็ได้ครับ หรืออาจจะคิดว่า 7 ปีนานไป แค่ 5 ปีก็น่าจะเพียงพอ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคนนะครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว การสรุปในครั้งนี้ก็คือว่า ถ้าเกิดเราคิดว่าเราจะทำทุนประกันเท่าไหร่ เพื่อให้ครอบคลุมสำหรับครอบครัวเรา เราก็เอาวิธีนี้ไปคำนวณได้นะครับ

หรือถ้าเกิดใครคิดว่าเรามีลูกด้วย มีลูกสองคน สามคนนะครับ อาจจะมีลูกหลายคน เราก็ต้องไปลองประเมินดูว่าลูกแต่ละคนจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าทุนการศึกษา เราก็อาจจะเพิ่มทุนประกันตัวนี้ขึ้นไปอีกได้นะครับ ตามความสามารถของเราก็แล้วกันครับ

เพราะประกันชีวิตยิ่งเรามีเยอะก็ถือว่ายิ่งดี แต่ว่าถ้าเรามีมากเกินไปบางทีมันก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่คิดว่ามันสิ้นเปลืองครับ 555+

แต่ว่าถ้าจู่ๆมันเกิดสิ่งที่เราไม่คาดฝันขึ้น แล้วเราไม่ได้วางแผนประกันความเสี่ยงมาก่อน เรื่องร้ายๆก็จะตกไปอยู่ที่ตัวคุณและครอบครัวของคุณ

  • ถ้าป่วยเป็นโรคร้ายแรงค่ารักษาหลายแสน หลายล้าน คุณจะหาเงินจากไหน มารักษาตัวคุณเอง
  • ถ้าคุณเป็นหัวหน้าครอบครัว แล้วเกิดเสียชีวิตโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน ครอบครัวของคุณ คนที่คุณรักจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร

นี่หล่ะครับเหตุผลว่าทำไมประกันชีวิตถึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวของเราเอง

รู้จักวางแผนชีวิต รู้จักวางแผนการเงิน เพื่อช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่คุณและครอบครัว ขอบคุณครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
“4 การวางแผนชีวิต ป้องกันความจน”

“4 การวางแผนชีวิต ป้องกันความจน”

4 การวางแผนชีวิตป้องกันความจน

 

แผนการเงิน เป็นเรื่องที่บางคนอาจจะมองข้ามหรือ ไม่ค่อยสนใจมากนัก แต่แท้จริงแล้ว การวางแผนการเงินเป็นเรื่องที่คุณควรจะวางแผนและให้ความสำคัญเป็นอย่างมากมาดูกันว่า 4 การวางแผนชีวิตป้องกันความจนที่คุณควรรู้ และเตรียมวางแผน มีอะไรบ้าง

 

1.แผนการออมเงิน

 

จุดเริ่มต้นของการบริหารเงินที่ดี ส่วนใหญ่ก็มาจากการออมนี่หล่ะครับ

ใครที่เริ่มเก็บออมได้เร็วกว่าก็ย่อมรวยเร็วกว่า จริงไหมครับ

แต่กับบางคนมีข้ออ้างสารพัดว่าเก็บออมไม่ได้ เพราะเงินเดือนน้อย ภาระค่าใช้จ่ายในบ้านมาก ต้องใช้จ่ายตรงโน้นตรงนี้เยอะ ข้อจำกัดเยอะจริงจริ๊งงง แล้วเมื่อไหร่คุณจะมีเงินเก็บออมสักทีละครับ

ลองหันมาเปลี่ยนความคิดกันครับ จาก “เหลือใช้แล้วค่อยออม”  มาเป็น “แบ่ง10%จากเงินเดือนไปออม ที่เหลือค่อยเอาไปใช้จ่าย”  ง่ายๆแค่นี้คุณก็จะมีเงินเก็บทุกๆเดือนแล้วครับ

ออมเร็ว มีเงินก้อนเร็ว

ความสำเร็จทางการเงิน เริ่มจากการออมนี่หล่ะครับ

2.แผนการลงทุน

 

ทุกวันนี้การออมเงินอย่างเดียวไม่พอหรอกครับ เพราะบ้านเราเงินเฟ้อเฉลี่ยสูง 3-6% ต่อปี สภาวะดอกเบี้ยออมทรัพย์ก็ต่ำเตี้ยเลียดินขนาดนี้ เราก็ต้องมีทางเลือกอื่นเพื่อต่อยอดเงินของเรา นั่นก็คือ การลงทุนครับ

คุณเคยได้ยินคำพูดนี้ไหมครับ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”  คำพูดนี้ผมได้ยินบ่อยมากเลยครับ

เพราะฉะนั้น ก่อนจะเริ่มลงทุน เราก็ต้องเรียนรู้ หาข้อมูล และเตรียมวางแผนการลงทุนให้รอบคอบ เพื่อให้เราประสบความสำเร็จทางด้านการเงิน การลงทุนกันครับ

เมื่อวางแผนการลงทุนดีแล้ว ความสำเร็จทางการเงินอื่นๆก็จะสำเร็จตามมาด้วย

3.แผนป้องกันความเสี่ยง

 

” อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ แม้ว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังขนาดไหน ”

สมมุติ ถ้าวันนี้ระหว่างคุณขับรถไปทำงานแล้วเกิดอุบิติเหตุขึ้นกับคุณล่ะ คุณจะทำยังไง  เงินที่ทำงานเก็บมาทั้งชีวิตก็คงต้องเอามารักษาตัวคุณเองสินะ

ถ้าเกิดเป็นอุบิตเหตุน้อยๆก็คงจะไม่ถึงขั้นหมดเงินเยอะมากนัก  แต่ถ้าเกิดมันเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงจนทำให้คุณต้องหยุดงานยาวๆ หรือถึงขั้นพิการ  แล้วครอบครัวของคุณจะอย่างไร เงินสำรองก็หมดไปทุกวันๆ

 

จะดีกว่าไหม ถ้าวันนี้คุณเตรียมวางแผนทำประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆที่เกิดกับคุณเอาไว้ เหมือนเป็นเกราะคุ้มกันตัวคุณ ครอบครัว และป้องกันไม่ให้เงินก้อนโตของคุณรั่วไหลออกจากกระเป๋า

ดังนั้นการป้องกันความเสี่ยง ทำให้คุณอุ่นใจ

สามารถมองไปข้างหน้าโดยที่ไม่ต้องห่วงข้างหลังเลย

4.แผนเกษียณอายุ

 

เราทุกคนเมื่อเข้าสู่ช่วงอายุที่มากขึ้น เรี่ยวแรงในการทำงานก็น้อยลง รายได้จากการทำงานก็เริ่มหมดไป

และก็คงไม่มีใครที่ทำงานหาเงินมาทั้งชีวิต เพื่อมาลำบากในช่วงบั้นปลายชีวิตหรอกครับ

ทุกคนทำงานมาก็เพื่อสร้างความมั่นคง ความมั่งคั่ง ยามเกษียณอายุกันทั้งนั้น

เริ่มตั้งเป้าหมายของคุณไว้ว่า อยากจะเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ แล้วจะมีชีวิตอยู่อีกนานแค่ไหร ยามเกษียณอยากจะมีเงินใช้เดือนละเท่าไหร่

ไม่ต้องรอให้อายุมากๆ แล้วค่อยวางแผน

ยิ่งเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งมีเวลาเตรียมตัวเยอะ

แค่นี้คุณก็สามารถไปสู่ความมั่งคั่งยามเกษียณได้ง่ายๆแล้วครับ

 

และนี่หล่ะครับ คือ  4 การวางแผนชีวิตเพื่อป้องกันความจนที่คุณควรรู้  เมื่อรู้อย่างนี้แล้วจะรอช้าอยู่ใย รีบศึกษา หาข้อมูลและเตรียมวางแผนทุกอย่างให้พร้อม เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเองนะครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะคร้าบบ^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
สิ่งที่ต้องรู้เมื่อเริ่มวางแผนการเงิน

สิ่งที่ต้องรู้เมื่อเริ่มวางแผนการเงิน

คุณเคยสงสัยมั้ยครับ ถ้าอยากจะวางแผนการเงินของตัวเองนั้น เราต้องรู้อะไรบ้าง เพื่อให้ตัวเองวางแผนได้ถูกต้อง และเหมาะสมกับเรามากที่สุด วันนี้ผมเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังครับ ตามมาอ่านกันเลยย

รู้จักนิสัยของตัวเราก่อน

ถ้าเรารู้จักตัวเราเองก่อนได้นั้นจะทำให้เราวางเป้าหมายในการวางแผนการเงินของเราได้อย่างดีเลยล่ะครับ มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้างลองดูครับว่าแต่ละวันเราสนใจ หรืออยู่กับอะไรได้นานมากที่สุดโดยไม่เบื่อ เช่น เราชอบนอนดูซีรี่ย์ หรือชอบใช้เวลาไปกับการหาข้อมูลเรื่องเสื้อผ้าที่เราชื่นชอบ หรือค้นหาวิธีการที่จะออกกำลังกายให้ตัวเองมีหุ่นและสุขภาพดีขึ้น

  • เสร็จแล้วลองดูครับว่าสิ่งที่เราหาข้อมูล หรือสิ่งที่สนใจนั้น เราลงมือทำไปจริงๆกี่เปอร์เซ็นต์ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกไปถึงนิสัยในการลงมือทำของคุณ ถ้าคุณค้นพบว่าสิ่งที่คุณสนใจและลงมือทำ 80% ขึ้นไปแล้วล่ะก็ ผมยินดีด้วย คุณมาถูกทางแล้วล่ะ
ตั้งเป้าหมายชีวิตของคุณ (โดยไม่มีเงื่อนไขใดใดเลยยย)

ทำไมถึงต้องไม่มีเงื่อนไขใดใด เพราะสิ่งที่คุณจะเขียนลงไปนั้นคือความต้องการของคุณจริงๆใช่ไหมล่ะครับ แล้วทำไมถึงต้องเอากฎเกณฑ์ หรือข้อแม้อะไรมากมายมาจำกัดความต้องการหรือความฝันของเราด้วย จริงไหม

  • เขียนเป้าหมายของคุณลงไปในที่ไหนสักที่ ที่คุณจะเห็นมันอยู่ตลอด ตลอดเวลาได้ยิ่งดีครับ ยกตัวอย่างเช่น เราอยากจะเกษียณอายุ ตอนอายุ 55 ปี ต้องมีเงินใช้ เดือนละ 100,000 บาท หรือ อยากไปเที่ยวต่างประเทศปีละ 2 ครั้ง ค่าใช้จ่ายต่อปี ปีละ 60,000 บาท หรือ อยากจะซื้อรถยนต์ อีก 2 ปี ข้างหน้า โดยจะดาวน์เงินสด 300,000 บาท ผ่อนอีกเดือนละ xx,xxx-
  • ควรมีทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวครับ
  • สังเกตไหมครับ ทุกตัวอย่าง จะระบุจำนวนเงิน ระบุระยะเวลา ระบุให้ละเอียดที่สุดเท่าที่เรานึกออกไปเลยครับ เพราะในส่วนนี้จะบอกได้ถึงความต้องการของเรา รวมไปถึงคุณภาพของสิ่งของที่อยากได้ หรือแม้กระทั่งคุณภาพชีวิตที่เราอยากมี
ลงมือเรียนรู้ และลงมือทำ

ถึงประเด็นสำคัญที่สุดจริงๆแล้วนะครับ เมื่อเราอยากกก ที่จะมีอยากกที่จะได้มา เหมือนกับตอนที่ผู้ชายหลายๆท่านอยากกที่จะจีบคุณผู้หญิงและอยากได้เค้ามาเป็นแฟน คุณก็จะต้องทำทุกวิถีทางที่จะเอาชนะใจผญ.คนนั้นใช่มั้ยล่ะ ทีนี้เราต้องเรียนรู้เรื่องอะไรกันบ้างเกี่ยวกับการวางแผนการเงินของเราเพื่อที่จะได้ไปถึงเป้าหมายนั้น

  • รายรับ-รายจ่าย : เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆครับ ทำไมเราได้ยินการพูดถึงเรื่องนี้มามากมาย ทำไมคนไม่ทำ ทำไมบางคนทำแล้วก็เลิกไป เห็นมั้ยล่ะครับ นั่นคือเป้าหมาย กับ วินัย ของเรายังไม่ชัดเจน ลองอีกสักตั้งครับ สมัยนี้เทคโนโลยีล้ำไปไกล มี Application ทำรายรับรายจ่ายดีๆมากมาย(ไว้ผมจะมาแนะนำAppเหล่านี้ให้ลองศึกษากันนะครับ) ทำให้เราเห็นนิสัยการใช้เงินมากขึ้นด้วย แถมคำนวนให้เราเสร็จสรรพ แจ่มครับคนยุคนี้
  • งบความมั่งคั่งสุทธิ : คือไร?? นั่นสิ เมื่อก่อนผมก็งงกับคำศัพท์ทางการเงินมากมาย แต่ถ้าเราอยากรู้จริง จริงๆมันไม่ยากเลยครับ ถ้าให้พูดเป็นภาษาชาวบ้านๆแบบผมเลยน่ะ มันคือการการระบุทรัพย์สิน และหนี้สินของเราไว้ ว่ามีเท่าไหร่ ทรัพย์สิน ณ ปัจจุบันที่มีเท่าไหร่ หลายคนอาจจะคุ้นๆกับคำว่า งบดุลในทางบัญชี และงบกระแสเงินสดครับ ที่เราควรมานั่งทำเป็นของเราเอง ทำรายงานผลประกอบการของตัวเองไปครับ เหมือนดูผลประกอบการในหุ้นเลยล่ะ สิ่งนี้จะบอกถึงความมั่งคั่งทางการเงินของตัวเราเอง หรือกำลังจะเป็นหนี้ในอนาคตได้นั่นเอง
  • พีระมิดการเงิน : พีระมิดการเงินมันคือเรื่องพื้นฐานที่เราควรศึกษาครับ เพราะสิ่งนี้จะเป็นเหมือนทักษะเบื้องต้นเวลาเราหัดเล่นกีฬา เพื่อที่จะนำไปต่อยอดได้ง่ายขึ้นในอนาคตครับ
  • ผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ : คนไทยส่วนใหญ่ที่ผมเคยเจอมา จะได้รับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินจากพนักงานขาย ว่ามันดีอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งทุกผลิตภัณฑ์ทางการเงินมันดีหมดแหละครับ แต่คำถามก็คือว่า ตัวเราเองรู้หรือยังครับว่าควรมีเท่าไหร่ หรือควรซื้อหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าพนักงานธนาคาร ชวนให้คุณฝากเงินประจำกับคุณ หรือ ขายประกันให้กับคุณ สิ่งที่ต้องนึกเสมอในใจเลยว่า เรามีพอหรือยัง หรือเราทำพอมั้ย เหมาะกับเราหรือป่าว?
  • กฎหมายและภาษ๊ : เรื่องกฎหมายต่างๆ หรือเรื่องการจ่ายภาษีก็เป็นอีกส่วนนึงที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมขึ้นมาครับ แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญอะไรมาก แต่ไม่ใช่ว่าไม่สำคัญเลยนะครับ ยิ่งเรารู้มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเพิ่มความมั่งคั่งทางการเงินก็มีมากขึ้นเท่านั้น ถูกต้องมั้ยครับ
เอาล่ะ ผมยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่จะเอามาเล่าให้ทุกคนฟังกันครับ สำหรับบทความนี้ผมก็ขอจบไว้เท่านี้ก่อนเนาะ จะเอาประเด็นหลายๆเรื่องมาอัพเดทให้ฟังกันอีกนะคครับ

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะคร้าบบ^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
ทำอย่างไรให้เก็บเงินอยู่?

ทำอย่างไรให้เก็บเงินอยู่?

คำถามที่เจอกันบ่อยๆ คุณเป็นเหมือนกันมั้ยครับ ทำไมเราถึงเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ มันเป็นเพราะดวงของเรารึป่าว? หรือเพราะเส้นลายมือของเรา? วันนี้เรารู้กันแน่นอนครับ

มาวิเคราะห์เหตุผลที่เก็บเงินไม่อยู่กัน

ลูกค้าของผมหลายๆคนของผมเจอปัญหานี้กันตลอดครับ และผมลองมาวิเคราะห์สาเหตุหลักๆของปัญหานี้ดู และได้ใจสาเหตุหลักๆแบ่งเป็นข้อๆให้ดูกัน

1. เป้าหมายไม่ชัดเจน เรื่องนี้หลายคนมองข้ามไปเพราะเรามักจะบอกกับตัวเองกันใช่มั้ยครับว่า เดี๋ยวก่อนก็ได้ ยังงัยก็มีเงินเก็บส่วนนึงแล้ว หรือ สมมติเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าอีก5ปีเราจะเก็บเงินให้ได้5แสน เพื่อเอาไปทำธุรกิจขายของ แต่พอเก็บไปสักพักเริ่มเห็นตัวเงินเยอะขึ้น ก็ขอหยิบไปใช้ก่อน คือไม่ได้เงินที่ชัดเจน
2. ดูเงินเป็นก้อนเดียว หลายๆคนยังคงรวมเงินทั้งหมดไว้ในบัญชีเดียว
3. ขาดวินัยในการเก็บออม เหมือนกับการบังคับตัวเองไม่ได้ล่ะครับ ว่าเงินก้อนนี้ควรเก็บ ก้อนนีควรใช้ ก้อนนี้ควรลงทุน
4. ใช้เงินเกินตัว อันนี้ผมก็ไม่รู้จะช่วยยังไงนะครับ เพราะการที่เราบังคับตัวเองเรื่องกิเลส หรือคำว่าพอไม่ได้ ถึงแม้เราจะหาเงินมาได้มากแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะเก็บเงินไว้ได้ แนะนำให้ไปหาที่ข้อ1 ใหม่อีกทีครับ
5. ไม่รู้เงินเข้าออก สำหรับสาเหตุนี้คือเราไม่รู้ว่าในเดือนๆนึงเราใช้ค่าใช้จ่ายอะไรออกไปบ้าง หรือไม่รู้ว่าเงินที่สามารถเซฟได้ หรือลดค่าใช้จ่ายได้ อยู่ตรงไหน

มีใครติดกับสาเหตุต่างๆเหล่านี้กันมั้ยเอ่ย ..แต่เรายังโชคดีครับ กับปัญหาต่างๆเหล่านี้เราสามารถแก้ไขมันได้

วิธีแก้ปัญหาเหล่านี้
  • ก่อนอื่นที่เราจะเก็บเงินให้อยู่ได้นั้น ผมแนะนำว่า เราลองตั้งเป้าหมายทางการเงินของเราก่อนครับ ว่าจะเอาเงินไปทำอะไรอย่างที่ตั้งใจไว้บ้าง เช่น อยากเก็บเงินไว้สำรองยามฉุกเฉิน 1 ก้อน เป็นจำนวน…จะเก็บเดือนละ…, จะเก็บเงินไว้ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่อยากได้ เก็บเดือนละ…
  • เมื่อได้เป้าหมายแล้ว อยากให้แยกเงินก้อนนั้นออกไปไว้ที่บัญชีอื่นๆ ที่ไม่ใช่ในส่วนไว้ใช้จ่าย เพราะอะไรรู้มั้ยครับ จริงๆแล้ววิธีการนี้แทบไม่จำเป็นเลยถ้าเรามีวินัยในการจัดการเงินที่ดี แต่เรากำลังพูดกันถึงคนที่ต้องฝึกวินัยในการเก็บเงินกัน หรือเราจะไปเปิดบัญชีฝากประจำระยะสั้นๆไว้ก็ได้ครับ เอาออกยาก มองเห็นตัวเงินยากๆยิ่งดีครับ555 บังคับตัวเราเองไปเลย
  • เมื่อทำวิธีการด้านบนเสร็จแล้ว ผมแนะนำครับว่าควรจะทำ บัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเองขึ้นมา เพื่อที่เราจะได้เห็นตัวเงินที่เรารับเข้ามา และจ่ายออกไปในแต่ละเดือน แต่ละปี ซึ่งวิธีนี้จะนำมาซึ่งการมองเห็นนิสัยการใช้เงินของเรา และจะนำไปใช้ในการวางแผนการเงินของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆครับ
  • เริ่มเรียนรู้เรื่องระบบบัญชี งบดุล งบกระแสเงินสด ทรัพย์สินหนี้สินสุทธิ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จำเป็นในการบริหารเงินของเราในการวางแผนการเงินของเรา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เราตั้งไว้

เป้าหมาย(อยากได้แบบต้องมีให้ได้)+ความเชื่อ(ว่าจะทำได้) = การกระทำ

สิ่งสำคัญที่สุด

สิ่งที่สำคัญของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้นั้น มันไม่เกี่ยวกับวิธีการในการทำเลยครับจริงๆแล้ว เพราะอะไรผมถึงบอกเช่นนั้น เพราะวิธีการต่างๆ เทคนิคต่างๆในการเก็บเงินมีมากมายครับ เราสามารถนำวิธีการดีๆมาใช้ได้มากมายเลยล่ะ

แต่สิ่งสำคัญจริงๆมันคือตัวเราเองต่างหาก ว่าเราตั้งใจที่จะไปถึงเป้าหมายของเรานั้นจริงๆหรือไม่ ถ้าเป้าหมายทั้งหมดที่เราเขียนออกมา มันกระแทกใจเรา มันอินไปถึงความรู้สึกจริงๆของเราแล้ว คุณแทบไม่ต้องกังวลกับวิธีการเลยล่ะครับ

มันมีทฤษฎีนึงที่ผมเคยเข้าอบรมเกี่ยวกับจิตวิทยาเรื่องคนที่ประสบความสำเร็จ เค้าบอกไว้ว่า คนเราถ้าจะเลือกทำอะไรสักอย่างนั้น มันจะมาจาก..

เป้าหมาย(อยากได้แบบต้องมีให้ได้)+ความเชื่อ(ว่าจะทำได้) = การกระทำ

อธิบายง่ายๆคือว่า ถ้าวันนี้คุณกำลังวาดความฝันว่าอยากจะพาพ่อแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ ก่อนที่ท่านจะเดินกันไม่ไหว + ความเชื่อที่ว่าคุณจะสามารถหาเงินและจะเก็บเงินก้อนนี้เพื่อพาคนที่เรารักไปให้ได้ตามความตั้งใจ = ผลลัพธ์ที่มันจะเกิดขึ้นคือ คุณจะค้นหาวิธีการต่างๆเพื่อที่จะให้ได้มันมาอย่างที่คุณตั้งใจไว้นั่นเอง คุณจะทำในทุกๆวิถีทาง เพื่อทำในสิ่งที่คุณอยากจะได้มันมายังไงล่ะครับ

เอาล่ะ..ผมหวังว่าวิธีการของผมน่าจะเป็นประโยชน์กับใครบางคนนะครับ แต่สำหรบผมแล้ว แค่ได้ประโยชน์กับคนๆเดียว ผมก็ดีใจมากแล้วครับ ถ้ามันจะทำให้เค้าคนนั้น ได้นำวิธีการนี้ไปใช้กันครับ

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะคร้าบบ^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!