วางแผนการเงิน ขุมทรัพย์ที่หลายคนมองข้าม

วางแผนการเงิน ขุมทรัพย์ที่หลายคนมองข้าม

 

วิดีโอนี้คุณจะได้รับรู้ สิ่งที่จะทำให้คุณมั่งคั่งในรูปแบบที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ยุ่งยากเหมือนที่คุณเคยเจอในเรื่องเกี่ยวกับเงิน

ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

ประเด็นที่ 1 : ทำไมเรื่องการเงินต้องยาก

เรื่องการเงินไม่ใช่เรื่องยาก มันเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องรู้อยู่แล้ว
เหตุผลหลักๆที่ก่อตั้งเพจ moneyseries คือ เราไม่อยากให้เรื่องเงินเป็นเรื่องยาก เพราะเมื่อก่อนเราก็เป็นคนที่เข้าใจเรื่องการเงินยากมาก ไม่เคยตระหนักเรื่องการเงิน แถมยังเป็นคนที่เก็บเงินไม่อยู่อีกด้วย
แต่เพราะอะไรที่ทำให้เราสนใจเรื่องนี้และตระหนักในเรื่องการเงินนี้

ประเด็นที่ 2 : วางแผนการเงินขุมทรัพย์ที่หลายคนมองข้าม

เคยเป็นไหมครับ ที่เข้าแบงค์ไหนก็มีแต่พนักงานบอกว่า  เก็บออมกับแบงค์นี้สิ กองทุนนี้ให้เงินปันผลดี ดอกเบี้ยสูงมาก ประกันตัวนี้เหมาะกับพี่มากเลย สะสมทรัพย์แป๊ปเดียว พี่ก็ได้ละ

พอไปอีกแบงค์ก็พูดแบบเดียวกับ

แล้วคือที่ไหนมันดีจริงๆ มีใครเคยบอกเราไหมว่าอันไหนที่เหมาะสมกับเราจริงๆ…

ประเด็นที่ 3 : การลดหย่อนภาษี

กว่าที่ผมจะมาเข้าใจเรื่องภาษีก็ 1 ปีกว่าๆ เพราะก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้ยื่นภาษีเอง บริษัทที่ผมทำงานวิศวกรด้วยเขายื่นให้ และเราก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องภาษีเลย แล้วถ้าเราจะยื่นภาษีด้วยตัวเอง เราจะต้องเตรียมตัวยังไงและทำอย่างไรบ้าง

ประเด็นที่ 4 : วางเป้าหมาย

หลังจากทำงานได้1ปี ได้โบนัสมากก็ใช้จ่ายโน้นนี่ ไหนจะซื้อไอโฟน ซื้อรถ ซื้อบ้าน
แต่สุดท้ายประเด็นก่อนที่จะมาตระหนักเรื่องเงินก็คือ ช่วงนั้นผมมีแฟน ซึ่งเขาเป็นคนที่จุดประเด็นผมขึ้นมานั่นก็คือเรื่องการแต่งงาน  และนี่หล่ะคือ GOAL  ที่ผมต้องทำ

เป้าหมายที่ 1 ต้องเก็บเงินแต่งงาน แล้วจะเริ่มยังไง ทำยังไงให้ได้เงินก้อนนี้มา

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นนั่นก็คือ พ่อของผมป็นมะเร็งที่โคนลิ้น มันเป็นเรื่องที่หนักมาก ทำให้ผมได้คิดว่าเรื่องโรคภัยไข้เจ็บสิ่งที่เราไม่เคยคิดกับมัน มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน ซึ่งเราไม่เคยวางแผนเรื่องนี้ไว้เลย ผมไม่ได้วางแผนเรื่องประกัน ถ้าวันนั้นผมทำประกันโรคร้ายแรงให้กับพ่อของผม วันนั้นท่านก็คงจะได้รับการรักษาที่ดีกว่านี้ และรวดเร็วกว่านี้

ซึ่งในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ คือพ่อผมเป็นข้าราชการบำนาญ ก็จะมีสวัสดิการที่รักษากับโรงพยาบาลรัฐได้ ได้ใช้สิทธิรักษา

และผมก็ได้นึกย้อนกลับไปว่า ถ้าในครอบครัวหลายๆคนหรือครอบครัวเราไม่ได้มีใครที่เป็นข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ  ล่ะ จะต้องเอาเงินที่ไหนรักษา  เพราะเงินในการผ่าตัดแต่ละครั้งไม่ใช่น้อยๆเลย

เป้าหมายที่ 2 การวางแผนประกันความเสี่ยงให้คนในครอบครัว

ประเด็นที่ 5 : สรุปสามเหลี่ยมปิรามิด เปลี่ยนจากเรื่องที่ดูยุ่งยาก ให้เป็นเรื่องง่ายๆแถมยังสนุกอีกด้วย

สิ่งแรกที่เราควรทำเป็นขุมทรพย์เรื่องการวางแผนการเงินของเราคือ

1. หนังสือพ่อรวยสอนลูก ที่จะสอนให้เรารู้จักว่ารูปแบบรายได้ของเงิน ของรูปแบบบัญชีง่ายๆ ว่าเงินไปทางไหนเข้าออกทางไหน ใช้จ่ายออกไปเป็นรายจ่าย หรือว่าเป็นสินทรัพย์ แล้วจะจ่ายเงินกลับเข้ามาหาเรายังไง

2. ปิรามิดทางการเงิน
         – เก็บออมเงินยังไง
         – เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน
         – การทำประกัน
         – เก็บเงินเพื่อการศึกษาลูก
         – เก็บออมเงินเพื่อเตรียมเกษีนณ
         – เราต้องลงทุนยังไง และลงทุนที่ไหน

 

ติดตามเราได้จากหลากหลายช่องทางดังนี้

FB : https://web.facebook.com/moneyseriesprojects/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UC9v-IIpC25oyMYqZVjhA_GQ
Podcasts : https://open.spotify.com/show/5ZwHPW1RhbMdugY1nPqA8J
Website : http://moneyseries.net
Line : @moneyseries https://line.me/R/ti/p/%40moneyseries

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
” มีเงินร้อยล้าน​ พันล้าน​ ก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้ “

” มีเงินร้อยล้าน​ พันล้าน​ ก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้ “

 “มีเงินร้อยล้าน​ พันล้าน​ ก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้”

คำพูดนี้ได้ยินบ่อยมากครับ เราเป็นวัยรุ่นอาจจะยังไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพตัวเองสักเท่าไหร่​ ใช้ร่างกายสิ้นเปลือง​

ไหนจะกินข้าวไม่ตรงเวลา​ นอนดึก​ กินชา กาแฟทุกวัน​ กินเหล้า​ สูบบุหรี่​  จ้องจอคอมหรือมือถือเยอะๆ​

และเมื่อมีคนตักเตือน​ เราก็มักจะมีเหตุผลมาอ้าง​เสมอ​ว่า

  • นานๆทีปาร์ตี้​น่ะ แค่อาทิตย์ละ​ 4-5วันเอง
  • ที่นอนดึก​ตี3ตี4ก็เพราะ​ต้องทำงานส่งหัวหน้าให้ทัน​นั่นหล่ะ
  • ก็ง่วงเลยต้องกินกาแฟ​ จะได้มีแรงทำงาน​ไงล่ะ
  • บราๆๆๆๆ​

ซึ่งข้ออ้าง​ หรือเหตุผลต่างๆมันไม่ได้ทำให้เราดูดีขึ้นเลย​

เพราะการที่เราไม่ดูแลตัวเอง​ ละเลยสุขภาพตัวเอง​ ก็จะทำให้เราเจ็บป่วยง่าย​

 

บางคนอาจจะยังไม่เจ็บป่วย​ หรือเป็นโรคตอนนี้​ แต่ในอนาคต​โรคร้ายแรงหรือสุขภาพที่เสื่อมเสียก็จะเกิดขึ้นกับเราได้ง่ายๆ

ซึ่งเวลาที่เราป่วยก็จะต้องเข้าโรงพยาบาล​บ่อย​ หรืออาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลตลอด​ ผมว่าคงไม่มีใครอยากจะเข้าแต่โรงพยาบาล​ใช่ไหมล่ะครับ

 

ดังนั้นรักตัวเองตั้งแต่ตอนนี้​ ดูแลสุขภาพตัวเองตั้งแต่ตอนนี้​ อย่ามัวแต่หาข้ออ้าง​ครับ​

เพราะสุขภาพที่ดี​หาซื้อไม่ได้ครับ​ ขอบคุณครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
” ประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่ถึงจะดี.. “

” ประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่ถึงจะดี.. “

สวัสดีเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ​ ทุกคนคงรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่าประกันชีวิตเนี่ยเป็นเรื่องที่ดีมาก

ใครยังไม่รู้ว่าประกันชีวิตมีข้อดี​อย่างไร​ ก็อาจจะไปศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการประกันความเสี่ยงในชีวิตของเราในบทความของ​ moneyseries.net ได้เลยนะครับ

ซึ่งผมเองก็เจอมาหลายๆคนครับ ที่รู้สึกแอนตี้กับการทำประกันเป็นอย่างมากเพราะหลายๆคนอาจจะคิดว่า​ เออ​ เขาเข้ามาคุยกับเราเพื่อหวังผลประโยชน์จากเราหรือเปล่า​ แต่ว่าจริงๆแล้วคนที่ได้ประโยชน์จากการทำประกันก็คือตัวเราเองนี่แหละครับ

ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำประกันชีวิตก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็น เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินสูญเสียครับ

เอาล่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันก่อนว่าคนที่เข้าใจความสำคัญเกี่ยวกับการทำประกันอยู่แล้วเนี่ยเราจะวางแผนยังไงดีนะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าการทำประกันชีวิตของเรา เราต้องทำเท่าไหร่มันถึงจะพอ และเหมาะสมกับเรา บางคนก็คิดว่าทุนประกัน 1,000,000 บาทก็คงพอแหละ แต่กับบางคนอาจจะ 3,000,000 บาท​ บางคนก็อาจจะต้องทำถึง 10,000,000บาท​ หรือ 30,000,000 บาท​ อันนี้ก็แล้วแต่ความพอใจและกำลังทรัพย์ของแต่ละคนครับ

แล้วเท่าไหร่ล่ะ เราถึงจะคิดว่า เฮ้ย!! นี่แหละคือสิ่งที่เราคิดว่ามันพอดี มันสามารถทำให้เราอยู่รอดได้หรื​อว่าทำให้ครอบครัวเราสามารถอยู่ต่อได้โดยที่ไม่มีเรา

วันนี้เราจะมาบอกเรื่องเกี่ยวกับการประเมินนะครับ โดยส่วนใหญ่แล้ว​การวางแผนการเงิน​ จะประเมินทุนประกันที่เหมาะสมกับเราเอาไว้ก็คือ​ 70% ของรายจ่ายทั้งปี​ ทั้งหมด 7 ปีครับ ( 7ปีเป็นอย่างน้อยนะครับ )

70% ของรายจ่ายในแต่ละปีของเรา จะคิดไป 7 ปี อันนี้คือมูลค่าที่เราควรจะมีสำหรับทุนประกันชีวิตนะครับ ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เราไม่อยู่แล้ว ครอบครัวของเราก็จะใช้เงินทุนประกันนี้ได้ครอบคลุมถึง 7 ปีครับ

ยกตัวอย่างเช่น​ ถ้าคุณมีรายจ่ายต่อปีอยู่ที่ 300,000 บาทนะครับ
คิด 70%ของรายจ่ายต่อปี ก็คือ 300,000 *0.7 = 210,000 บาท
รวมทั้งหมด 7 ปี คือ 210,000*7 = 1,470,000 บาท

เพราะฉะนั้นทุนประกันที่เหมาะสมที่ทำให้ครอบครัวเราอยู่รอด ในยามที่เราไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ได้ถึง7 ปีก็คือ 1,470,000 บาทครับ ( ยังไม่คิดรวมอัตราเงินเฟ้ออีก 7 ปีนะครับ )

ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะคิดว่าทุนประกันนี้สูงเกินไป เราก็อาจจะลดทุนประกันลงมาอีกได้นะครับ เพราะมันคำนวณจากค่าใช้จ่ายต่อปีของเรา ถ้าค่าใช้จ่ายน้อย ทุนประกันก็อาจจะลดน้อยลงกว่านี้ก็ได้ครับ หรืออาจจะคิดว่า 7 ปีนานไป แค่ 5 ปีก็น่าจะเพียงพอ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคนนะครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว การสรุปในครั้งนี้ก็คือว่า ถ้าเกิดเราคิดว่าเราจะทำทุนประกันเท่าไหร่ เพื่อให้ครอบคลุมสำหรับครอบครัวเรา เราก็เอาวิธีนี้ไปคำนวณได้นะครับ

หรือถ้าเกิดใครคิดว่าเรามีลูกด้วย มีลูกสองคน สามคนนะครับ อาจจะมีลูกหลายคน เราก็ต้องไปลองประเมินดูว่าลูกแต่ละคนจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าทุนการศึกษา เราก็อาจจะเพิ่มทุนประกันตัวนี้ขึ้นไปอีกได้นะครับ ตามความสามารถของเราก็แล้วกันครับ

เพราะประกันชีวิตยิ่งเรามีเยอะก็ถือว่ายิ่งดี แต่ว่าถ้าเรามีมากเกินไปบางทีมันก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่คิดว่ามันสิ้นเปลืองครับ 555+

แต่ว่าถ้าจู่ๆมันเกิดสิ่งที่เราไม่คาดฝันขึ้น แล้วเราไม่ได้วางแผนประกันความเสี่ยงมาก่อน เรื่องร้ายๆก็จะตกไปอยู่ที่ตัวคุณและครอบครัวของคุณ

  • ถ้าป่วยเป็นโรคร้ายแรงค่ารักษาหลายแสน หลายล้าน คุณจะหาเงินจากไหน มารักษาตัวคุณเอง
  • ถ้าคุณเป็นหัวหน้าครอบครัว แล้วเกิดเสียชีวิตโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน ครอบครัวของคุณ คนที่คุณรักจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร

นี่หล่ะครับเหตุผลว่าทำไมประกันชีวิตถึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวของเราเอง

รู้จักวางแผนชีวิต รู้จักวางแผนการเงิน เพื่อช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่คุณและครอบครัว ขอบคุณครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
” 3 STEP ตั้งเป้าหมายการเงินในปี 2019 ให้ประสบความสำเร็จ “

” 3 STEP ตั้งเป้าหมายการเงินในปี 2019 ให้ประสบความสำเร็จ “

เริ่มต้นปีใหม่กันแล้ว เพื่อนๆก็คงจะมีเป้าหมายที่จะทำในปีนี้กันแล้วใช่ไหมครับ เพราะผมเล่นเฟสบุ๊คแล้วเพื่อนๆน้องๆในเฟสบุ๊คพากันโพสเป้าหมายที่จะทำในปีนี้กันเต็มหน้าฟีดเลยล่ะ

  • บางคนบอกว่า จะต้องมีเงินเก็บ 10 ล้าน
  • บางคนบอกว่า จะปลดหนี้บัตรเครดิตสัก 2-3 ใบ
  • บางคนบอกว่า จะต้องมีบ้าน
  • บางคนบอกว่า จะต้องมีรถเบนซ์
  • บางคนบอกว่า จะต้องมีคอนโดให้เช่าสัก 1-2 ห้อง
  • บางคนบอกว่า จะมีพอร์ตหุ้นสัก 1 ล้าน
  • บางคนตั้งใจเลยว่าจะลาออกจากงานประจำ หรืออาจจะยังไม่ลาออกแต่จะสร้างธุรกิจส่วนตัวไปพร้อมกับงานประจำ

การมีเป้าหมายเป็นสิ่งที่ดีครับ เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว แล้วเราจะต้องทำยังไงให้เราไปถึงเป้าหมายนั้นได้จริงๆ

เพราะบางครั้งเราวางเป้าหมายไว้สูงเกินไปแล้วมันก็ไม่มีโอกาสเลยว่าเราจะไปถึงมันได้

ถ้าบอกว่าอยากเก็บเงินสัก 1 แสน เรามีเงินเดือน เดือนละ 30,000 บาท หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าไม่เที่ยวก็จะเหลือเก็บเดือนละ 8-9,000 บาท แบบนี้ยังพอมีโอกาสว่าจะไปถึง เพราะมันเห็นเป็นรูปธรรมเลย ว่าเราจะสามารถเก็บเงินได้ อาจจะเก็บเงินในบัญชี หรือเก็บในกองทุนอะไรก็ได้

แต่อีกแบบจะเป็นแบบ เราจะมี Passive income เดือนละ 40,000 บาท ซึ่งแบบนี้มันไม่เคลียร์ เพราะถ้าเราตั้งไว้แบบนี้ จะต้องเขียนแผนให้ชัดเจนว่าเราจะทำอะไรให้มี Passive income เดือนละ 40,000 บาทนี้ ต้องแจงให้ชัดเจน

ลักษณะของเป้าหมายที่ดี

1. เป้าหมายต้องมีความเคลียร์ ชัดเจน และต้องวัดผลได้

ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราจะปลดหนี้บัตรเครดิตสัก 4 ใบ รวมเป็นหนี้ทั้งหมด 4แสนบาท มันดูเคลียร์ ชัดเจนว่าจะจัดการกับหนี้บัตรเครดิตของเรา และสามารถวัดผลได้ว่าหนี้เราที่มีอยู่ตรงนี้ 4 แสนบาท

ซึ่งถ้าเราตั้งเป้าหมายไม่ชัดเจน มันก็เป็นการตั้งที่สะเปะสะปะ เห็นคนอื่นตั้งก็อยากตั้งบ้าง เห็นหน้าวอลเพื่อนมี New year’s resolution ฉันจะไปยอมมันได้อย่างไร มันจะมีเงินเก็บ 3 ล้านใช่ไหม ฉันก็เขียนเลยว่า ฉันจะมีเงินเก็น 3 ล้านเหมือนกัน ซึ่งแบบนี้มันไม่มีประโยชน์ใดๆ

2. เป้าหมายนี้ทำไปทำไม Why  มีแล้วมันจะดีอย่างไร

เวลาเราเซตเป้าหมายเราเสร็จแล้ว สิ่งที่เราต้องถามตัวเองเสมอคือ Why เป้าหมายนี้ทำไปทำไม มีแล้วมันจะดีอย่างไร

ซึ่งผมเห็นว่าการที่เราตั้งเป้าหมายแบบคนอื่น เห็นคนอื่นโพสก็โพสบ้าง เขามีหัวข้ออะไร เราก็อยากจะมีหัวข้อนั้นไปด้วย ซึ่งแบบนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ มันไม่มีพลังที่จะมาผลักดันเราให้ทำเป้าหมายนั้นให้ประสบความสำเร็จได้

เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องถามตัวเองเสมอคือ เป้าหมายที่เรามี เรามีไว้เพื่ออะไร ถ้าเราทำมันสำเร็จแล้วมันจะเป็นอย่างไร หรือมีผลอะไรตามมา

ยกตัวอย่างเช่น ฉันจะปิดบัตรเครดิต 2 ใบ ใบละ 1แสนบาท ซึ่งการปิดบัตรเครดิตมันก็เป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเรา เพราะสิ่งที่ตามมาก็คือ เราจะมีเงินออม และเราก็จะได้สะสมความมั่งคั่งที่เราตั้งใจว่ามันควรจะทำให้มันแล้วเสร็จใน 10 ปี 15 ปีสักที ถ้าติดลบอยู่อย่างนี้ มันก็ไม่ไปไหน ไม่ไปข้างหน้า

ซึ่งเวลาเราเขียนเหตุผล เราสามารถเขียนอธิบาย บรรยายยาวๆได้เลย เวลาเราเหนื่อยหรือเราท้อกับเป้าหมาย ก็กลับมาอ่าน Why เป็นการเตือนใจของเรา

มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว คนเรากว่าจะไปถึงเป้าหมายก็ต้องอดทนทำ ต่อสู้เป็นปี มันก็ท้อแท้กันได้ เราก็กลับมานั่งอ่านว่าจุดเริ่มต้นทั้งหมดของเรามันมาได้ยังไง ทำไมเราถึงต้องทำมันให้สำเร็จ

3. มีระยะเวลาแล้วเสร็จของเป้าหมายที่ชัดเจน

คือต้องบอกว่าเป้าหมายที่เรามุ่งหวังไว้มันจะเสร็จตอนไหน บางคน 3 ปีข้างหน้า  หรืออาจจะ 5 ปีข้างหน้า
ซึ่งเวลาที่เราจะกำหนดตัวเลขของระยะเวลาแล้วเสร็จให้คิดดีๆนะครับ​ เพราะถ้าตั้งใกล้ไปก็จะเหนื่อย แล้วก็จะรู้สึกล้าก่อนจะไปถึงเป้าหมาย

เวลาจะเซตเป้าหมายขอให้คุณมี 3 ส่วนนี้เสมอนะครับ ถ้ามี 3 ส่วนนี้ครบก็จะถือว่าโอเค ความชัดเจนในการตั้งเป้าหมายของเรามันก็จะดีประมานหนึ่งละครับ

สุดท้ายนี้การตั้งเป้าหมายก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราเดินไปสู่ความสำเร็จ เดินไปสู้เป้าหมายอย่างที่เราคาดหวังไว้ แต่ถ้าเราไม่เริ่มลงมือทำ เป้าหมายนั้นก็จะเป็นแค่แผน ที่เราเขียนใส่กระดาษไว้ ซึ่งมันไม่ความหมายใดเลย

ขอให้ตั้งใจ แค่คุณตั้งใจก็จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายนั้นได้แล้วครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
” 6 การวางแผนการเงินที่ต้องมีในปี 2019 “

” 6 การวางแผนการเงินที่ต้องมีในปี 2019 “

สวัสดีปี 2019 นะคะ วันนี้ Money series จะพาเพื่อนๆ มาดูเรื่อง การเงิน ในปีที่ผ่านๆมากันค่ะ

ซึ่งปีที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่มักจะมีความสนใจในหุ้นกันเป็นอย่างมาก เพราะเราเคยได้ยินกันมาว่าเล่นหุ้นแล้วได้เงินเยอะ เศรษฐี คนรวยๆ เขาก็เล่นหุ้นกันทั้งนั้น ผลตอบแทนเยอะ มีแต่รวยกับรวย พอได้ยินมาแบบนี้ เราก็เอาเงินก้อนของเราไปวางไว้ในหุ้นทั้งหมดเลย ซึ่งตอนที่หุ้นขึ้นหน้าตาก็จะยิ้มแย้ม สดใส แต่ในยามที่หุ้นตกนี่ จุกในอก เสียวปี๊ดดดกันเลยทีเดียวค่ะ

จากเรื่องนี้สอนให้ได้รู้ว่า อย่านำเงินที่มีทั้งหมดไปลงทุนไว้ในที่ใดที่เดียวเพราะจะทำให้เราแบกรับความเสี่ยงนั้นสูงมาก ซึ่งถ้าหากการลงทุนนั้นเกิดผิดพลาด หรือการคาดเดากราฟการลงทุนนั้นผิด ก็จะส่งผลต่อเงินของเราทั้งหมด

ดังนั้น เราจึงควรจัดสรรเงินลงทุนของเราไว้หลายๆที่ หลายๆแหล่ง เพื่อกระจายความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนะคะ

รูปที่ 1.1 ปิรามิดการเงิน

ซึ่งการลงทุนถือว่าเป็นอันดับ 3 ของการวางแผนทั้งหมดจาก ปิรามิดการเงิน จะเห็นว่าเราควรวางรากฐานของเราให้ดีเสียก่อน มาดูกันค่ะ ว่ารากฐานที่สำคัญที่เราควรจะมีในชีวิตคืออะไรบ้าง

การวางแผนการเงินที่คุณควรจะมีในปี 2019 มีทั้งหมด 5 แผน ดังนี้ค่ะ

1. การวางแผนประกันชีวิต

การวางแผนประกันชีวิตเป็นสิ่งแรกที่เราควรวางแผนก่อนเรื่องอื่นเลยนะคะ เพราะประกันชีวิตก็เหมือนเกราะป้องกันชีวิตเราค่ะ ลองคิดเล่นๆนะคะ ถ้าวันนี้คุณประสบอุบัติเหตุร้ายแรง หรือเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา คุณมีเงินที่จะรักษาตัวคุณเองหรือยังคะ

แล้วในยุคสมัยนี้ค่ารักษาพยาบาลก็แพงมาก ถ้าอยากรักษาโรงพยาบาลที่ดี มีแพทย์ที่เก่ง มีเครื่องมือที่ทันสมัย ก็ต้องใช้เงินจำนวนมากเลยค่ะ ยิ่งถ้าเป็นโรงร้ายแรง เช่น โรงมะเร็ง ซึ่งโรคใช้ต้องใช้เงินรักษา เป็นแสน หรือบางครั้งอาจจะเป็นล้านเลยก็ว่าได้ค่ะ แล้วคุณคิดว่าคุณมีเงินเพียงพอสำหรับรักษาตัวเองไหมคะ

เพราะการรักษาต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงทำให้เราต้องรีบวางแผนประกันชีวิตให้ตัวเราเองและคนที่เรารัก เพื่อที่จะได้มีเกราะป้องกันความเสี่ยงให้ชีวิตและทรัพย์สินของเราเองค่ะ

 

2. การวางแผนออมเงิน

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งนะคะ เราทุกคนมีรายได้เข้ามาทุกๆเดือน ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆนานา ไหนจะค่าบ้าน ค่ารถ ค่าช้อปปิ้ง บราๆๆ เงินพวกนี้ทุกคนต้องใช้จ่ายออกไปทุกเดือน เราจึงมีข้ออ้างกับตัวเองเสมอว่า เก็บออมเงินไม่ได้หรอก แค่ค่าใช้จ่ายก็หมดแล้ว หรือ จะเอาเงินที่ไหนเก็บแค่ใช้กินใช้อยู่ก็ไม่เหลือแล้ว แถมยังต้องกู้เงินมาใช้อีก ซึ่งคำพวกนี้ได้ยินบ่อยมาก เพราะทุกคนก็มักจะหาข้ออ้างให้ตัวเองเสมอใช่ไหมล่ะ

ซึ่งเราหาเงินมา เรามีรายได้ แล้วเราไม่รู้จักเก็บออมเงิน ก็จะทำให้เราใช้เงินไปโดยไร้ความจำเป็น ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้คิดถึงอนาคตที่เราจะแก่ขึ้นเรื่อยๆ เราไม่ได้มีแรงที่จะทำงานไปตลอดนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เริ่มเก็บเงินตั้งแต่ยังมีแรงทำงาน เราก็จะก็มีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายในยามแก่ชราค่ะ

ที่เราต้องวางแผนออมเงิน ก็เพื่อให้เรามีเงินก้อน ไว้ใช้จ่ายในอนาคตนั่นเองค่ะ

ความร่ำรวยและชีวิตที่มีอิสรภาพทางการเงิน มักเริ่มต้นมาจากคำว่า “ออม”

3. การวางแผนการลงทุน

เมื่อเรามีเงินออมในบัญชีแล้ว เราทุกคนก็อยากให้เงินของเรางอกเงยขึ้นไปอีกใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งถ้าเราอยากให้เงินงอกเงย เราก็ต้องนำเงินไปลงทุนถูกไหมค่ะ แต่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินก็มีหลากหลายมารก แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเาควรจะลงทุนที่ไหนบ้าง

และนี่หล่ะค่ะ คือสาเหตุที่เราต้องวางแผนการลงทุน เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวไหนที่เหมาะสมกับเรา เลือกการลงทุนที่เราสามารถยอมรับความเสี่ยงได้ และเพื่อให้เงินลงทุนของเราเติบโตตามเป้าหมายที่เราวางไว้ค่ะ

4. การวางแผนภาษี

เรื่องภาษี ถ้าคุณไม่จัดการให้ดี ก็มีแต่เสียกับเสียค่ะ ทุกวันนี้เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร ทำงานมาทั้งปีรายได้หลักร้อยล้านพันล้าน แต่เสียภาษีเป็นหลายๆล้าน คุณคิดว่าคุ้มไหมคะ หรืออีกทางก็คือ หนีภาษีเลยดีกว่า ไม่ต้องเสียภาษี มีแต่ได้กับได้ แต่เดี๋ยวก่อน!! หนียังไงก็ไปไม่รอดค่ะ ข่าวออกมาบ่อยเลย คนหนีภาษีโดนเรียกเก็บย้อนหลัง ตายกันเป็นแถบๆ พยายามทำงานหาเงิน แต่กับต้องมาเสียภาษีย้อนหลังเป็นหลายๆล้านแบบนี้ก็ไม่ไหวนะคะ

ดังนั้นเราจึงต้องรู้จักการวางแผนภาษีที่ดีค่ะ เพื่อที่จะจัดการภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย และใช้สิทธิประโยชน์เพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้สูงที่สุด

ตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี อ่านบทความนี้นะคะ >> 12​ เคล็ดลับ​ ที่ช่วยให้คุณเสียภาษีน้อยลง

5. การวางแผนหลังเกษียณ

“ทำงานมาแทบตาย พอแก่ชราทำไมลำบ๊าก ลำบาก” ทุกคนคงไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเราใช่ไหมคะ

ดังนั้น เรามาางแผนเกษียณ เพื่อให้เรามีคุณภาพที่ดีหลังเกษียณกันนะคะ ซึ่งอย่างแรกเลยเราต้องประมาณก่อนว่าเรามีเวลาทำงานอีกกี่ปี จะเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ อยากใช้เงินหลังเกษียณจำนวนเท่าไรต่อเดือนและประมาณระยะเวลาในการใช้เงินหลังเกษียณก่อนที่จะไม่มีชีวิตอยู่อีก ซึ่งจะทำให้เราพอคาดการณ์ได้ว่าก่อนเกษียณต้องมีเงินก้อนจำนวนเท่าไหร่ และมีระยะเวลาคงเหลือในการเก็บก่อนเกษียณเท่าไหร่ เพราะในยามแก่ชรา เราก็อยากที่จะใช้ชีวิตที่สุขสบาย โดยที่ไม่ต้องลำบากอีกต่อไปนั่นเองค่ะ

6. การวางแผนมรดก

วางแผนมรดก ควรจะทยอยส่งมอบทรัพย์สินในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสมและไม่ทำให้เสียภาษีมากจนเกินไปค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีมรดก 40 ล้านบาทและทายาท 1 คน ก็สามารถทยอยมอบให้ปีละ 20 ล้านบาทจำนวน 2 ปี ก็จะไม่เสียภาษีจากส่วนเกินมูลค่าทรัพย์สินที่จะให้เป็นมรดก

ทั้งนี้ ในการวางแผนมรดกควรพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ ถ้าเกิดว่าเรามีทายาทหลายคนเพราะอาจจะเกิดปัญหาระหว่างทายาทตามมาได้ รวมทั้งไม่ควรรีบ มอบมรดกเพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องภาษีตามมา

ซึ่งการวางแผนมรดก ก็เพื่อที่จะส่งต่อทรัพย์สินให้ทายาทได้ตรงตามความต้องการของเรามากที่สุดค่ะ

 

–> มาถึงตรงนี้เพื่อนๆคงจะรู้แล้วนะคะว่าการวางแผนนั้นจำเป็น เพราะถ้าเราไม่เตรียมแผนการเงินให้ดี ก็จะทำให้การเงินของคุณผิดพลาดในอนาคตได้ค่ะ

และการเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณเพื่อที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จตามแผนที่คุณตั้งไว้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันนะคะ ปรึกษาการวางแผนการเงิน คลิ๊ก >> @moneyseries

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
” พ่อแม่มือใหม่ควรวางแผนการเงิน ยังไงดี? “

” พ่อแม่มือใหม่ควรวางแผนการเงิน ยังไงดี? “

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ผมรู้จัก ต่างก็กำลังจะเป็นคุณพ่อ-คุณแม่ มือใหม่กันทั้งนั้นเลยครับ

ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นโมเม้นท์ที่สำคัญที่สุดของของพ่อแม่เลยก็ว่าได้ครับ แค่ลูกน้อยอยู่ในท้องคุณแม่ก็ตื่นเต้นอยู่แล้ว และช่วงเวลาก่อนคลอดก็จะตื่นเต้นสุดๆเลย

แล้วช่วงเวลาที่น่ายินดีนี้ คุณพ่อคุณแม่ ก็จะพากันช้อปซื้อของเตรียมทุกอย่างไว้ให้เพอร์เฟคที่สุดเพื่อต้อนรับลูกน้อย  ซึ่งผมก็เห็นเพื่อนๆหลายๆคู่ที่ตื่นเต้นกับลูกน้อยจนละเลยเรื่องสำคัญอีกเรื่องนั่นก็คือ การวางแผนการเงินครับ

ซึ่งการวางแผนการเงินนั้นสำคัญมากๆเลยครับ เพราะถ้าเราไม่จัดการเรื่องเงินให้ดี ก็จะทำให้เราใช้เงินฟุ่มเฟือยซื้อของที่ไม่จำเป็นมากเกินไป และลืมนึกถึงเงินที่ต้องใช้ในอนาคต ซึ่งมันอาจจะทำให้คุณพ่อ-คุณแม่เกิดปัญหาในภายหลังได้ครับ

มาดูกันครับ ว่ามีอะไรบ้างที่คุณพ่อ – คุณแม่มือใหม่มักจะพลาดกัน และเพื่อนๆควรจะทำยังไงไม่ให้ซ้ำรอยกับเรื่องนี้ครับ

1. ซื้อของให้ลูกเยอะเกินความจำเป็น

ผมเห็นมาหลายคู่มากครับ ที่พอรู้ว่ามีลูกน้อยก็เร่งซื้อเสื้อผ้าให้ยกใหญ่ ไหนจะเสื้อผ้า ที่นอน เก้าอี้นั่งกินข้าว เก้าอี้นั่งอึ บราๆๆๆ ซื้อกันเยอะแยะเลยครับ แล้วสินค้าสำหรับเด็กสมัยนี้ก็แพงมาก ซื้อของไม่กี่อย่างก็หมดไปหลายหมื่นเลยหล่ะครับ

ซึ่งสิ่งของพวกนี้ผมคิดว่าไม่จำเป็นที่ต้องซื้อเยอะขนาดนั้นครับ เพราะลูกน้อยของเราโตขึ้นทุกวัน ใช้ได้แค่แป๊ปเดียวก็ต้องเปลี่ยนแล้วครับ เราสามารถไปขอยืมหรือซื้อต่อมาจากคนที่เพิ่งมีลูกได้ ซึ่งจะทำให้เราได้ราคาที่ถูกลง และประหยัดเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้เราสามารถนำเงินเราไปเก็บออมเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ลูกเรา เพราะให้ของขวัญอะไรก็ไม่สำคัญและมีคุณค่าเท่ากับให้ความรู้ถูกไหมครับ

2. พลาดเรื่องการวางแผนการเงิน

วางแผนการเงินผิดชีวิตเปลี่ยนนะครับ

เมื่อมีลูกน้อยเรื่องวางแผนเงินให้ดีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆครับ ซึ่งการวางแผนการเงินก็เหมือนการคำนวณเงินของเราล่วงหน้าว่าเมื่อเรามีลูกน้อยแล้วเราจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ รายได้ของเราตอนนี้มีเพียงพอไหม ถ้ารายได้ไม่พอใช้จ่าย เราควรจะเอาเงินไปวางไว้ตรงไหนเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีก

เรื่องวางแผนการเงินต้องเตรียมไว้ตั้งแต่เนินๆครับ และเราต้องมั่นใจว่าเงินพอสำหรับใช้ชีวิตเมื่อมีลูกน้อยอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาเพิ่มครับ

เรื่องเงิน เราควรจะวางแผนให้ดี ให้ถูกต้อง เพราะเมื่อพลาดไปแล้ว มีแต่ลำบากครับ

3. ไม่สนใจวางแผนการเงินเรื่องค่าเทอมลูก

ทุกคนก็ล้วนรู้กันอยู่ใช่ไหมครับว่าการศึกษาสำคัญแค่ไหน ลูกเราเกิดมาเราก็อยากให้เรียนโรงเรียนที่ดี เพราะโรงเรียนสมัยนี้การสอนแตกต่างกัน เราจึงต้องเลือกโรงเรียนที่เรามั่นใจว่าลูกเราเข้าเรียนแล้วต้องได้ความรู้เพิ่มขึ้น หรือบางครอบครัวก็อาจจะส่งลูกของตัวเองไปเรียนที่ต่างประเทศ ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนการเงินเพื่อเก็บออมเงินสำหรับค่าเทอมให้ลูกน้อยตั้งแต่ลูกเรายังเด็กจนถึงเรียนอยู่มหาวิทยาลัย

ซึ่งเงินเราสามารถงอกเงยได้จากรายได้ประจำของเรา หรืออาจจะเป็นรายได้เสริม แต่อาจจะยังไม่เพียงพอ เราก็อาจจะนำเงินเราไปเก็บในกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำ อสังหาฯ พันธบัตรต่างๆ เพื่อให้เงินเรางอกเงยมากขึ้น

ยิ่งเราเริ่มวางแผนการเงินเร็วก็ยิ่งดีครับ

เราสามารถทุ่มเทเพื่อให้ลูกของเรามีชีวิตที่ดีที่สุด แต่ทุกอย่างมีความพอดีของมัน และการวางแผนการเงินเนี่ยแหละ จะช่วยให้เราไม่เจอปัญหาภายหลังได้

การวางแผนการเงินไม่ใช่เรื่องยากครับ ผมอยากให้ทุกคนใส่ใจเรื่องนี้กันนะครับ เพื่อชีวิตที่ดีของครอบครัวเพื่อนๆทุกคนครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!