“เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องสำคัญส่วนใหญ่ ต้องใช้เงิน”

“เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องสำคัญส่วนใหญ่ ต้องใช้เงิน”

เงินไม่สามารถซื้อทุกสิ่งได้ มันใช่!! แต่อย่าพึ่งไปเข้าใจผิดว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องมีเงินนะ ลองอ่านเรื่องที่ผมจะเล่านี้ดู

“เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องสำคัญส่วนใหญ่ ต้องใช้เงิน”
 
ผมเห็นด้วยกับประโยคนี้จริงๆเลยล่ะ
 
ถ้าเราหิวข้าว เราต้องใช้เงินซื้อมั้ยล่ะ?
ถ้าลูกเราป่วย อยากให้ลูกรักษากับหมอดีๆมั้ย?
 
อีกอย่าง
ทำไมเราถึงอยากได้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในชีวิตนั้นล่ะ บางสิ่งแทบไม่จำเป็นด้วยซ้ำ เรายังยอมจ่ายเลยยย จริงมั้ย?
 
ผมแค่อยากจะอธิบายว่าโลกของเราใช้เงินเป็นสิ่งที่แทนค่าของสิ่งของสิ่งหนึ่งเท่านั้น จริงๆเราไม่ได้อยากได้เงิน เราอยากได้สิ่งของหรือบริการเหล่านั้น ซึ่งมันตอบโจทย์ชีวิตของเราใช่มั้ยล่ะ คุณถึงซื้อมันมางัย!!
 
ประเด็นคือ ในเมื่อยังงั้ย ยังงัย เราก็ไม่สามารถที่จะหลีกหนีพ้นไปกับเรื่องของเงินๆทองๆได้ เพราะมันเกือบจะซื้อได้ทุกอย่างละจริงๆ555 ยิ่งเดี๋ยวนี้มีเรื่องเงินดิจิตอล ไปอี๊ก
แล้วทำไมเราถึงไม่มาเรียนรู้และศึกษาเพื่อที่จะใช้ชีวิตได้อย่างที่ตัวเรากำหนดล่ะครับ จริงไหม??
 
ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ
ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะคร้าบบ^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
“ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ เรียนรู้ราวกับว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป” Cr. มหาตมะ คานธี

“ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ เรียนรู้ราวกับว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป” Cr. มหาตมะ คานธี

ถ้าคุณมีเงินมากพอ เงินจะไม่สำคัญกับชีวิตคุณ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ยังมีมันไม่มากพอ(ไม่ต้องถึงขั้นรวย เอาแค่ใช้ชีวิตไม่ลำบาก) 
ลองถามตัวเองว่า เราควรไหมที่…??

“ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ เรียนรู้ราวกับว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป Cr.มหาตมะ คานธี
“Live as if you were die tomorrow. Learn as if you were to live forever” Cr.Mahatma Gandhi

ถ้าคุณมีเงินมากพอ เงินจะไม่สำคัญกับชีวิตคุณ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ยังมีมันไม่มากพอ(ไม่ต้องถึงขั้นรวย เอาแค่ใช้ชีวิตไม่ลำบาก) 
ลองถามตัวเองว่า เราควรไหมที่…??
“เรียนรู้ที่จะหา”
“เรียนรู้ที่จะเก็บ”
“เรียนรู้ที่จะใช้”
“เรียนรู้ที่จะลงทุน”

ตัวคุณเท่านั้นที่จะตอบตัวคุณเองได้

#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะคร้าบบ^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
moneyseries ตอน “จุดเปลี่ยนของผม”

moneyseries ตอน “จุดเปลี่ยนของผม”

วันนี้ผมอยากจะมาเล่าประสบการณ์ด้านการเงินและชีวิตคร่าวๆของผมครับ เผื่อบางทีอาจจะเป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆบ้าง ถ้าใครถูกใจ หรือคิดดูแล้วว่าเอิ่มม!! น่าจะเอาไปปรับใช้ได้ ก็ลองดูกันนะครับ

เอาจริงๆแล้ว ผมแม่ม!! โคตรจะไม่เคยคิดเรื่องการวางแผนการเงิน วางแผนอนาคตของตัวเองเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อคนๆนึงมันจะเจอจุดเปลี่ยนของชีวิต บางทีอาจไม่ใช่รอบเดียว อาจเป็นหลายๆครั้ง สะสมกันมาจนทำให้เกิดความคิดว่าตัวเราจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ
  • ผมก็เป็นเด็กสุพรรณฯ บ้านนอกคนนึงครับ ที่มีความชอบและหลงไหลในกีฬาฟุตบอลมากๆ ก็คงเหมือนเด็กผู้ชายทั่วๆไปล่ะครับ แต่ผมนั้นรู็สึกว่าตัวเองไม่เคยมีพรสวรรค์ด้านนี้เอาซะเลยล่ะ แต่ในเมื่อความรักในกีฬาฟุตบอล ผมก็ไม่ยอมแพ้ครับ เราต้องฝึกฝนให้หนักกว่าคนที่เค้ามีทักษะที่มากกว่าเรา พยายามให้มากขึ้นครับ
  • ผมยังจำได้เลยว่าเมื่อตอนม.1 ผมยังเดาะบอลได้ไม่ถึง 20 ที เลยด้วยซ้ำ!! (ซึ่งปกตินักฟุตบอลควรจะเดาะบอลได้หลายนาทีเลยล่ะ) จนกระทั่งผมทนไม่ไหวครับ ด้วยความอยากเป็นนักกีฬาฟุตบอลตัวโรงเรียน ซึ่งผมรู้สึกในตอนนั้น มันโคตรจะเท่ห์เลย555 สาวๆต้องกรี้ด อะไรประมานนั้น ผมจึงเดินไปคุยกับโค้ชนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนเลยครับ ว่าถ้าผมอยากเล่นฟุตบอลของโรงเรียน ต้องทำอย่างไรบ้าง ตอนนั้นจำได้เลยว่าผมจริงจังมากๆครับ และโชคเข้าข้างผมครับ โค้ชตอนนั้นเป็นอาจารย์สอนวิชาพละศึกษา ซึ่งก็สอนฟุตบอลนี่ล่ะ โค้ชบอกกับผมว่า ไอ่หนูถ้ามึงเดาะบอลได้ 20 ทีเมื่อไหร่ จะให้ไปลองซ้อมกับพวกนักฟุตบอลดูครับ 555
  • นั่นคือโอกาสเดียวครับ ของผมในตอนนั้นที่จะเป็นนักฟุตบอลอย่างที่อยากจะเป็น ให้ทายครับว่าผมทำอะไรบ้าง ผมอยากถามกับทุกคนเลยว่า ถ้าวันนี้มันมีโอกาสเข้ามาที่จะทำให้เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราจะทำอย่างไร?? ส่วนผมตอนนั้นเท่าที่จะได้คือ หลังเลิกเรียนผมจะกลับมาฝึกเดาะบอล ไปเตะบอลกับเพื่อนๆแถวบ้านทุกวันครับ และแล้วผมก็ได้เป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน จนจบม.3 และก็ได้เข้ามาทดสอบฝีเท้าในโรงเรียนที่กรุงเทพฯ แต่ก็ยังไม่ผ่านครับ เราก็พยายามกลับไปพัฒนาขึ้นอีก กลับมาอีกครั้งตอนม.5 ก็ผ่านและได้เป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนที่กรุงเทพฯสมใจอยากครับ

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ไหนล่ะไม่เห็นมีเรื่องการเงินเลย!! มันก็แค่ชีวิตของเด็กคนนึง แต่สิ่งที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังถึงเรื่องนี้ มันคือเรื่องของ ความพยายามครับ ผมว่าคนเราต้องรู้จักประเมินตัวเอง แล้วก็ต้องยอมรับตัวเองด้วยนะครับ ว่าความสามารถเราประมาณไหน ในตอนนั้นผมประเมินตัวเองว่าเราสู้คนอื่นไม่ได้หรอก (จริงๆมันเห็นชัดมากครับว่าผมกาก555) แต่ผมได้เรียนรู้ในเรื่องของความพยายามที่อยากจะฝึกฝนทักษะในด้านต่างๆที่เรากำลังสนใจหรืออยากจะทำสิ่งนั้นๆมากกว่า มันคือการสร้างวินัยให้กับตัวเราได้ดีมากๆๆเลยล่ะครับ

ทีนี้มาถึงเรื่องจุดเปลี่ยนของผมกันบ้าง หลักๆจุดเปลี่ยนผมมีอยู่ 2 เรื่องครับ (เพราะผมยังอายุไม่เยอะเท่าไหร่เลย…หราา) หลังจากที่ผมเรียนมหาลัยในคณะวิศวกรรมศาสตร์จบมา ก็เลือกที่จะหาประสบการณ์ในการทำงานในด้านที่เราเรียนจบมาเหมือนเด็กทั่วๆไปครับ แต่ในตอนนั้นผมรู้สึกแล้วล่ะครับว่าตัวเองไม่ได้ชอบในอาชีพหรือสาขาวิชาที่เรียนจบมา แต่ก็ตัดสินใจที่จะเรียนรู้หาประสบการณ์ในการทำงานกับคน ในองค์กรใหญ่ๆภาคอุตสาหกรรมดูครับ
  • จุดเปลี่ยนแรก.. ในตอนนั้นผมทำงานมาได้สักปีนึงแล้ว ก็ได้เรียนรู้เรื่องงานตามปกติครับ ได้เงินเดือน ได้โบนัสมาก็ใช้จ่ายในสิ่งที่เราอยากมีและไม่เคยมี จนพบว่าในปีแรกผมไม่มีเงินเก็บเลยครับ!! ทำไมเราถึงเก็บเงินไม่ได้??
  • มีคำถามจากคนใกล้ตัวของผม นั่นก็คือในตอนนั้นผมมีแฟนคบกับผูหญิงคนหนึ่งซึ่งเค้าเป็นเพื่อนในภาควิชาเดียวกันครับ เรารู้จักกันมาก็4-5ปีได้แล้ว ซึ่งคำถามนั้นมันทำให้ผมได้ฉุกคิดขึ้นทันที “เธอๆ..เคยคิดถึงเรื่องแต่งงานสร้างครอบครัวกับเรามั้ย??!!!!” “เราควรจะเก็บเงินกันมั้ยเพื่อจัดงานแต่งกัน!!!” โอ้วว.. ผมนี่จากคนที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยย คิดว่าทำงานไปสักพักก็เดี๋ยวว่ากันปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามทางของมันอ่ะครับ
  • แต่ในเมื่อฝ่ายหญิงได้ทักท้วงขึ้นมา ผมจึงรู้ได้เลยว่า..ผู้ชายแบบไหนที่ผู้หญิงต้องการ ผมรู้สึกเลยว่าผู้ชายที่ดูมีอนาคตกับไม่มีอนาคต ผู้หญิงเค้าดูกันตรงไหน หลังจากนั้นมาเรียกได้ว่า วางแผนกันยาวเลยล่ะครับ
  • นั่นคือจุดแรกที่ทำให้ผมได้เข้าสู่เรื่องของการวางแผนชีวิตและการเงินของตัวเราและครอบครัว ว่าอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า เราจะมีชีวิตแบบไหน
  • จุดเปลี่ยนที่สอง.. หลังจากที่ผมเริ่มมีเป้าหมายแล้วว่าจะต้องมีเงินมากว่านี้ เก็บเงินให้ได้มากกว่านี้ ซึ่งตอนนั้นผ่านมาได้สัก3-4ปี ผมได้เรียนรู้เรื่องการหาเงินเพิ่ม เปลี่ยนงานไปเป็นเป็นแผนกวิศวกรฝ่ายขาย ได้ค่าตอบแทนตามความสามารถของเรา การวางแผนการเงินพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออมเงิน วางแผนภาษี วางแผนประกันชีวิต การลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวม และก็ยังหาอาชีพเสริมต่างๆ ให้เรามีรายได้มากขึ้นกว่าเดิม ก็ได้กำไรบ้าง เจ๊งไปบ้าง ก็ลองทำไปครับ
  • แต่ตอนนั้นในเรื่องการเงินของผมก็เริ่มจะดีขึ้นมากเลยล่ะครับ เริ่มเข้าใกล้เป้าหมายที่จะได้ลงหลักปักฐานแต่งงานแล้วล่ะ แต่อนาคตก็เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนครับ เรามีแผนไว้แล้วก็จริง แต่บางครั้งเราไม่สามารถกำหนดตัวแปรต่างๆรอบตัวเราได้ สรุปก็คือชีวิตคู่ของผมนั้นจำเป็นต้องจบลง ด้วยการลดสถานะมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม T_T
  • ทุกคนต้องมีเรื่องที่เคยผิดหวังจากเรื่องต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดาครับ ในตอนนั้นผมก็ต้องกลับมาคิดถึงตัวเองครับ ประเมินตัวเองอีกครั้งว่าเราผิดพลาดตรงไหน สุดท้ายผมกลายเป็นคนที่ละเลยคนข้างๆมากเกินไป มัวแต่ไปสนใจแต่เป้าหมายหลักโดยที่ไม่ได้แคร์ ไม่ได้ให้เวลากับคนข้างๆของเราเลย
  • แต่มันยังไม่จบครับ.. หลังจากที่เลิกกับแฟนของผมไม่นาน ผมก็ได้พบกับข่าวร้ายอีก นั่นก็คือ ป่ะป๊าของผมได้ตรวจพบเชื้อมะเร็งที่โคนลิ้นครับ สาเหตุก็มาจากการที่กินเหล้า และสูบบุหรี่มานาน สะสมจนเป็นโรคนี้ แต่ก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง โดยที่เชื้อมะเร็งเกิดขึ้นในแค่ระยะเริ่มต้นเท่านั้น
  • ในช่วงเวลานั้นผมแทบไม่มีเวลาที่จะคิดโศกเศร้า เพราะต้องคอยพาพ่อไปโรงพยาบาล นัดหมอ เพื่อที่จะผ่าตัดให้ได้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เชื้อเข้าไปต่อมน้ำเหลือง เป็นช่วงเวลาที่ผมต้องท้อแท้ เหมือนโลกกำลังลงโทษชีวิตผมอยู่ แล้วก็ยังไม่จบอีกครับ T_T
  • ในคืนแรกของวันที่ป๊าผมออกจากห้องผ่าตัด การผ่าเป็นไปได้ด้วยดี แต่ผมก็ได้รับข่าวร้ายอีกจากพี่ชายว่ามีขโมยขึ้นบ้านเราที่ชลบุรี ผมอยู่กับม่ะม๊าสองคนในโรงพยาบาลที่กรุงเทพ ต้องรีบกลับไปชลบุรีในคืนนั้น เพื่อไปพบตำรวจ และดูความเสียหายในบ้าน โดยที่เราตัดสินใจกันว่าจะยังไม่บอกป๊าของผม เพื่อไม่ให้กระทบกับจิตใจของป๊า
สิ่งที่ทำให้ผมคิดได้จากสองจุดเปลี่ยนในชีวิตของผมนั้น มันคือเรื่องของชีวิตคนเรา มากไปกว่าเรื่องของการเงินเสียอีก แต่ลองมองกลับไปดู ถ้าวันนั้นเรื่องการเงินทางบ้านของเราไม่ดีด้วย แถมยังต้องมาเจอเรื่องเศร้าๆแบบนี้ด้วย มันคงจะเป็นอะไรที่หนักหนาเลยทีเดียวเลยล่ะครับ

ผมตระหนักถึงคนใกล้ตัวของเรามากขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของพ่อแม่ เรื่องของแฟน เรื่องของเพื่อน เรียกง่ายๆว่าคนที่เรารัก ผมอยากจะมีเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน พร้อมๆไปกับการหาเงิน เพราะทุกชีวิตเกิดมาก็ต้องมีดับไป เป็นสัจธรรมอยู่แล้ว แต่เวลาที่เหลือต่างหาก เราจะทำอะไรจะอยู่กับใครตรงไหน เป็นสิ่งที่เราต้องเลือกและคิดให้ดีๆครับ

และเหตุการณ์นั้นจึงทำให้ผมมานั่งคิดครับ ว่าเราอยากทำอะไรต่อไปในอนาคต เพื่อให้ได้เงินและเวลาไปพร้อมๆกับสิ่งที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น หรือลูกค้าของเรา ผมจึงตัดสินใจมาทำอาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน ไปเรียน และไปสอบใบอนุญาติต่างๆ เพื่อที่จะได้ให้ความรู้กับคนที่สนใจวางแผนชีวิตด้านการเงิน ได้แนะนำผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ หรือแม้แต่การบรรยายความรู้ต่างๆในองค์กร เพราะผมเชื่อว่าคนไทยหลายๆคนยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคล การลงทุนต่างๆ ที่ดีพอ และจะได้อะไรจากการที่เค้าได้วางแผนชีวิตของเขาอย่างถูกต้อง ผมในฐานะที่เคยเป็นคนที่ไม่เคยใส่ใจด้านการวางแผนชีวิตและการเงินมาก่อน วันนี้ผมเห็นถึงความสำคัญอย่างมาก จึงอยากจะเป็นส่วนนึงที่จะทำให้ผู้คนตระหนัก และเรียนรู้เรื่องราวดีๆ ของการวางแผนการเงิน ขอเพียงแค่หนึ่งคนที่คิดได้และนำหลักการไปใช้ ผมก็ดีใจสุดๆแล้วครับ  เพียงแค่เราเริ่ม..ก็เป็นจุดเริ่มต้นสิ่งที่ดีแล้วล่ะครับ

 

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะคร้าบบ^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!