” วางแผนเกษียณ สไตล์มนุษย์เงินเดือน “

” วางแผนเกษียณ สไตล์มนุษย์เงินเดือน “

ในอีกไม่กี่ปี สังคมเราจะเริ่มเป็นสังคมของคนเกษียณอายุ เพราะประเทศเราอยู่เป็นโสดกันเยอะ บ้างก็ไม่มีลูก ทำให้มีผู้สูงอายุมากกว่าวันกลางคน และวัยเด็กค่ะ

และที่สำคัญเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์เข้ามามีบทบาทในชีวิตเราเยอะขึ้น ทำให้เรารู้วิธีการดูแลตัวเองมากขึ้น ทำให้คนเราอายุยืนขึ้นเรื่อยๆด้วยค่ะ

แล้วมนุษย์เงินเดือนอย่างเราเรา เตรียมรับมือกับเรื่องนี้หรือยังคะ
“เป็นมนุษย์เงินเดือนต้องวางแผนการออมอย่างไรให้มีเงินใช้ในยามเกษียณ”

  • คุณเคยถามตัวเองไหมคะ ว่าตอนเกษียณคุณอยากจะมีเงินใช้เท่าไหร่
  • คุณเคยคิดบ้างไหมคะ ว่าต้องเก็บเงินเท่าไหร่จึงจะพอใช้ยามเกษียณ
  • เคยคิดไหมว่าตอนแก่คุณจะใช้ชีวิตแบบไหน
  • แล้วตอนนี้ล่ะคะ คุณเก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณได้เท่าไหร่กันแล้ว

เริ่มตั้งคำถาม แล้วหาคำตอบให้กับตัวเองได้แล้วนะคะ เพราะคำว่า เกษียณอายุ หรือสังคมคนแก่ ฟังดูเหมือนจะนานเลยค่ะ แต่แท้ที่จริงแล้ว มันแค่แป๊ปเดียวเท่านั้นเอง

ถ้าไม่เริ่มวางแผนเก็บเงินไว้ตั้งแต่วันนี้ ระวังจะเตรียมตัวรับมือกับมันไม่ทันนะคะ คงไม่มีใครที่ทำงานมาแทบตาย เพื่อมาลำบากตอนแก่หรอกค่ะ ทุกคนล้วนก็อยากใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสบายทั้งนั้นใช่ไหมคะ

 

ถ้าอย่างนั้นวันนี้ เรามาเริ่มวางแผนเกษียณ ให้มีเงินใช้แบบไม่ขาดมือไปพร้อมๆกันเลยค่ะ…

 

อันดับที่ 1 : กำหนดอายุที่อยากจะเกษียณ และอายุที่จะอยู่จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

โดยเฉลี่ยแล้ว คนในวัยทำงานมักจะเกษียณกันประมาณอายุ 50-60 ปีค่ะ หรือบางคนจะเกษียณเร็วกว่านี้ก็ได้นะคะ อยู่ที่ว่าวันนี้คุณมีเงินสำรองพอหรือยัง
อายุที่จะมีชีวิตอยู่ถึงก็คาดเดาเอาจากคนในครอบครัว หรือคิดคร่าวๆเอาไว้ก็ได้ค่ะ

อันดับที่ 2 : คำนวณเงินที่จะใช้จ่ายในหลังเกษียณอายุ

หากตอนนี้เราอายุ 23 ปี ตั้งเป้าว่าจะเกษียณตอนอายุ 50 ปี และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงอายุ 80 ปี โดยวางแผนไว้ว่าจะมีเงินที่จะใช้จ่ายหลังเกษียณ 20,000 บาทต่อเดือน

แต่…ในวันข้างหน้าเงิน 20,000 นี้ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกนะคะ ดังนั้นเราจึงต้องคำนวณอัตราเงินเฟ้อไว้ด้วย อย่าลืมเรื่องนี้เป็นอันขาดนะคะ เพราะถ้าพลาดไป เงินที่ออมไว้จะไม่พอใช้ในยามเกษียณแน่นอนค่ะ

เมื่อคำนวณอัตราเงินเฟ้อ 3% จะทำให้เงิน 20,000 บาทในวันนี้ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น  44,425 บาทในอีก 27 ปีข้างหน้า

สูตรคำนวณอัตราเงินเฟ้อ

ค่าเงินในอนาคต = เงินต้น x ( 1+ อัตราเงินเฟ้อต่อปี )^จำนวนปี

ดังนั้น เมื่อลองคำนวณดูแล้ว เราจะต้องเตรียมเงินไว้เพื่อใช้จ่ายหลังเกษียณอีก 30 ปี คิดเป็นจำนวนเงินรวม 26,168,211 บาท ถือว่าเป็นเงินจำนวนมากเลยทีเดียวค่ะ

เพราะฉะนั้นถ้าเก็บเงินไว้เฉยๆเงินก็ไม่งอกเงยขึ้นมา เราจึงควรที่จะนำเงินของเราไปลงทุน ซึ่งการลงทุนก็จะให้ผลตอบแทนที่ต่างกันไปนะคะ
อาจจะนำเงินไปฝากธนาคาร ( ผลตอบแทน 1.82% ต่อปี )
หรืออาจจะนำเงินไปลงทุน ( ผลตอบแทน 5.25% ต่อปี หรือ 10% ต่อปี )
แต่ก่อนจะนำเงินไปลงทุนอะไรก็ต้องศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้ก่อนนะคะ

หลังจากที่เรารู้แล้วว่าเราจะเกษียณตอนไหน ต้องมีเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณเท่าไหร่ต่อมา เราจะมาคำนวณเงินออมในปัจจุบันของเรากันค่ะ ว่าเงินออมในปัจจุบันของเรามีเท่าไหร่
นำเงินที่ไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ – เงินออมปัจจุบัน = ขาดเหลือเท่าไหร่
เพื่อจะได้วางแผนได้ถูกว่าต่อเดือนเราต้องออมเงินให้ได้เท่าไหร่

หากเราเห็นว่าเงินที่เราออมไว้ยังห่างไกลจากเป้าหมายของเรา เราก็จะต้องเร่งมือ วางแผนออมเงินเพิ่มขึ้น โดยเริ่มจาก การทำบัญชีรายรับรายจ่าย ให้ละเอียดและรัดกุมเลยนะคะ เพื่อให้เกิด เงินออมในแต่ละเดือน ลงมือออมเงินอย่างต่อเนื่องและมีวินัย เลือกช่องทางการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ตัวเองยอมรับได้ด้วยนะคะ

อุปสรรคของการออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณ

นอกจากเงินเฟ้อแล้ว ก็ยังมีเงินรักษาตัวเองยามเจ็บป่วย เงินค่าโรงพยาบาล เพราะอายุของเราเพิ่มขึ้นทุกปี สภาพร่างกายก็เริ่มเสื่อมถอยลงค่ะ จากที่ประเมินไว้ก็อยู่ที่ 2-3,000,000 บาทเลยค่ะ

แต่ถ้าเราเตรียมรับมือเรื่องนี้เอาไว้โดยการทำประกันความเสี่ยงไว้แล้วก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ใช้ชีวิตยามเกษียณได้อย่างสบายเลย

การวางแผนชีวิตเพื่อเตรียมตัวเกษียณ เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับทุกๆคนเลยนะคะ เพราะถ้าเราวางแผนชีวิตของเราได้ดี ในวันข้างหน้าเราก็จะมีชีวิตหลังเกษียณอย่างมั่งคั่ง ใช้ชีวิตในยามแก่อย่างมีความสุข และไม่เป็นภาระของใครอีกด้วยค่ะ 

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
” การวางแผนการเงิน สำคัญอย่างไรกับการใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance “

” การวางแผนการเงิน สำคัญอย่างไรกับการใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance “

สวัสดีค่า เพื่อนๆชาว moneyseries ทุกท่าน หัวข้อที่เราหยิบยกขึ้นมาขึ้นมาพูดคุยกันวันนี้ ก็คือการวางแผนการเงิน สำคัญอย่างไรกับการใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance

ทราบดีค่ะว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินคำนี้ ” work-life balance

มันคงจะดีไม่น้อยใช่ไหมคะ ที่เราจะทำงานอย่างมีความสุข หลับพักผ่อนเพียงพอ สุขภาพแข็งแรง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น มันทำได้ยากสำหรับใครหลายๆคนใช่ไหมคะ

ไหนขอดูมือคนที่บริหารการงานอย่างสมดุลหน่อยค่ะ โหหห!! ทำไมมีน้อยจัง

ไม่แปลกหรอกค่ะ ลองคิดดูนะคะ แค่ชีวิตเราคนเดียว 1 ชีวิตก็มีเรื่องมากมายที่เป็นภาระรับผิดชอบที่เราจะต้องทำ วัยแรกเริ่มของการทำงานเป็นวัยที่ตามหาความฝัน เราอยากทำงานที่เรารัก เราอยากเป็นในสิ่งที่เราฝันใฝ่ แต่ในความเป็นจริงนั้น เรารู้ว่าเราไม่สามารถทำได้ เพราะอะไรนะเหรอคะ

ก็เพราะเราสร้างภาระหลายๆอย่าง แบบไม่วางแผน ทำให้เราติดกับดักของคำว่า ” รายได้ประจำที่เราต้องมีในแต่ล่ะเดือน” ดิฉันมีเพื่อนหลายคนนะ ที่อยากที่ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเราไม่ทราบว่า การทำสิ่งนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ให้เราได้รึเปล่า พวกเค้าเหล่านั้นยังคงต้องทำงานหนัก เพื่อจ่ายหนี้สินที่ก่ออย่างไม่วางแผนเอาไว้

นี่ยังไม่รวมถึง คนวัย 30 ต้นๆ ที่เริ่มสร้างครอบครัว เป็นสิ่งหนึ่งที่ใครหลายๆคนต่างก็มีความฝันถึงชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น พ่อ แม่ ลูก เมื่อคนคนหนึ่ง เริ่มมีลูก ค่าใช้จ่าย ณ ปัจจุบันมันเยอะมากจนคุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียวนะคะ

ไหนจะพ่อแม่ของเรา ก็เป็นวัยที่ต้องเริ่มได้รับการดูและเอาใจใส่ เริ่มมีโรคภัยไข้เจ็บ อีกอย่างหนึ่งอยากให้ตระหนักถึงโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดกับเราซึ่งมีสาเหตุที่เกิดมาจากการทำงานด้วยนะคะ ภาวะเครียด ภาวะกดดัน การทานอาหารที่ไม่เป็นเวลา รวมถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอและไม่มีเวลาออกกำลังกาย นำพาโรคหลายๆโรคมาถึงตัวเราได้ง่าย ถ้าเราสังเกตุตัวเองดีๆ เราคงรู้ว่าพออายุเรามากขึ้น เราเหนื่อยง่ายขึ้น ล้าง่ายขึ้น สมองไม่มีการสร้างสรรค์งานใหม่ เราเริ่มมีรายจ่ายที่เราไม่คาดคิดจการที่ต้องรักษาตัวเองและครอบครัว แล้วเราจะเอาเวลาไหนล่ะ เพื่อมา work-life balance

การวางแผนการเงินที่ดีเป็นคำตอบให้คุณ เพราะถ้าคุณเริ่มวางแผนคุณลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด เงินสำรองของคุณจะมีมากขึ้น ความเครียดในเรื่องการเงินของคุณจะมีน้อยลง และคุณจะมีเวลาให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้นแน่นอน

ถ้ายังไม่เชื่อ ลองพิสูจน์โดยการวางแผนการเงินกับเรา ความคิดของคุณจะกว้างขึ้น รู้อะไรไม่สู้รู้วิชานะคะ

ที่สำคัญคือ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่าา^^ คลิกเลย >> @moneyseries

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
“รู้จักเงิน VS รู้จักพอ”

“รู้จักเงิน VS รู้จักพอ”

” รู้จักเงิน VS รู้จักพอ”

เหตุผลที่ผมออกจากอาชีพวิศวกร แปรเปลี่ยนมาทำอาชีพนักวางแผนการเงิน เหตุเพราะผมอยากเข้าใจเรื่องของเงิน ซึ่งพูดง่ายๆคืออยากเอาชนะเรื่องเงินครับ อีกอย่างคือ ผมอยากเรียนรู้แนวคิดเรื่องเงินของคนอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือเพื่อน พี่ๆ รวมถึงแฟนเพจผู้น่ารักของเราด้วยนะครับ^^

ประเด็นที่อยากจะพูดถึงเรื่องแนวความคิดเรื่องเงินของผมนั้น จริงๆแล้วผมคิดนะครับว่า เมื่อสมัยอดีตทำไมเราไม่เห็นต้องมีเงินเลย ทำไมคนเราก็อยู่กันได้ แล้วทำไมตั้งแต่ผมจำความได้ ผ่านมาก็กว่าสามสิบฝนเข้าไปแล้ว ผมกลับเห็นหลายๆคนกลับต้องมาทนทุกข์ทรมานว่าเขานั้นไม่มีเงิน

เอาจากความคิดและประสบการณ์ที่ผมเรียนรู้และศึกษาเรื่องการวางแผนการเงินรวมถึงการลงทุนมาก็ได้ประมาณสัก 6-7ปี มันยิ่งจะตอกย้ำผมเข้าไปอีกว่า ทุกๆคนนั้นจำเป็นอย่างยิ่งนะครับที่จะต้องศึกษาเรื่องการเงินส่วนบุคคล

จริงๆแล้วมันควรจะเริ่มฝึกฝนเริ่มปฏิบัติกันตั้งแต่เด็กๆด้วยซ้ำไปครับ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มีความสนใจด้านการเงิน อย่างผมตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกว่าชอบเลยแม้แต่น้อย (แถมรู้สึกว่ามันเป็นภาษาที่แสนจะน่าเบื่อเข้าใจยาก กำกวม ไม่ตรงไปตรงมาเหมือนกฎฟิสิกส์ หรือแรงโน้มถ่วงเอาสะเลย 555+)

ผมกลับหลงใหลในกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจสะอย่างนั้น แล้วก็เตะแต่บอล ดูแต่บอล แต่เมื่อวันที่ผมรู้สึกว่ามันจำเป็น เราก็ต้องศึกษามันให้เข้าใจ อาจไม่ลึกเท่าผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน แต่ก็ค่อยๆศึกษา อ่านหนังสือ หาคอร์สเรียนเพิ่มเติม ก็ซึมซับมันไปเรื่อยๆ ค่อยๆจับมาปะติดปะต่อกัน จนเห็นภาพและเข้าใจมันมากขึ้น

และสิ่งที่ผมคิด ณ ตอนนี้ก็คือ การวางแผนการเงินนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากและดีมากๆครับสำหรับทุกคน แต่… เราก็ไม่ควรให้เงินมามีอำนาจควบคุมตัวเราจนไม่เป็นตัวเรานะครับ

  • ถ้าถามว่าให้คุณมีเงินสักร้อยล้านพันล้าน แต่คุณไม่มีคนที่รักคุณ และไม่ได้อยู่กับคนที่เรารัก คุณจะเอามั้ย?
  • ถ้าคุณมีเงิน แต่คุณไม่มีเวลาให้กับครอบครัว หรือไม่มีเวลานัดคุยกับเพื่อนคนสนิทของคุณ คุณต้องการแบบนี้ไหม?
  • ถ้าให้คุณมีเงิน แต่คุณต้องนอนอยู่กับเตียงที่โรงพยาบาล คุณต้องการมั้ยครับ?

สำหรับผม ผมไม่ต้องการเลยครับ ถ้าเป็นแบบนี้ ผมขอไม่มีเงินจะดีกว่า

สำหรับตอนนี้ผมก็อยากจะบอกว่ามันก็แค่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ ใครจะคิดเหมือนผมหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ครับ นานาจิตตัง

บางทีได้รู้มุมมองของใครหลายๆคนเขา บางคนก็สนใจเงินในกระเป๋าสตางค์ มากไปเกินกว่าคำว่า ความพอ พอดี ครอบครัว เพื่อน มิตรภาพ น้ำใจ มันคือสิ่งที่จีรัง และมีมูลค่ามากกว่าเงินตราหลายเท่า

ผมตั้งใจที่จะทำเพจ moneyseries ขึ้นมานี้ก็เพื่ออยากจะให้ความรู้ทางการเงินให้เข้าใจง่ายๆ ภาษาชาวบ้านๆ รวมถึงอยากสร้างทีมนักวางแผนที่มีความเป็นมืออาชีพ เพราะเหตุผลเดียวครับ เพราะเราคือคนไทยด้วยกัน เศรษฐกิจจะดีได้ ถ้าคนไทยทุกคนบริหารเงินเป็น ถ้าทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้ ประเทศเราก็จะเข้มแข็งขึ้นอีกระดับอย่างแน่นอนครับ

Biw Ditsaphon

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
“เงินใช่นายเราจริงหรือ..”

“เงินใช่นายเราจริงหรือ..”

” เงินใช่นายเราจริงหรือ..? “

สังคมสมัยนี้ให้ค่ากับวัตถุนิยมกันมากขึ้น คุณว่าจริงไหม? ผมเห็นใครหลายคนอยากได้อยากมี ซื้อมาก่อนผ่อนทีหลัง เพื่อให้สังคมรอบข้างมองว่าเรามีเหมือนกับเขา จึงทำให้ใครหลายๆคนต้องตกเป็นทาสของเงินจนเกินไป

อะไรคือความสุขจริงๆกันแน่? การมีบ้านที่ใหญ่โต ราคาหลายๆล้านงั้นหรือ? การมีรถคันงามมาขับหรือ?? ถ้าถามคนที่เขามีสิ่งของพวกนี้แล้ว ผมว่าเขาก็คงบอกว่าไม่ใช่ แต่ถ้าถามคนที่ยังไม่มีนั่นอาจเป็นความสุขที่เขาคิดก็ได้

แต่จากประสบการณ์ผมนั้น มันเหมือนกับว่าเรามองกันคนละมุม เพราะคนที่มีแล้วเมื่อได้มีมัน มันก็แค่นั้น ไม่เห็นจะมีอะไรนี่หว่า แต่สำหรับคนที่ไม่มีก็จะมีความอยากที่จะมีมันมาให้ได้

แล้วนี่หรือคือความสุขจริงๆ ผมว่าความสุขในความเห็นของผม มันคือเราพอใจแค่ไหนมากกว่า การที่เราไม่มีชีวิตที่ลำบาก การเงินไม่เดือดร้อน มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิตนี่ล่ะ ผมว่ามันดีที่สุดแล้ว

อย่าให้เงินมามีอำนาจทำให้เราต้องไม่มีเวลาอยู่กับคนที่เรารัก คนเราเกิดมาก็ต้องเจ็บป่วย ต้องจากโลกนี้ไปในที่สุด

นั่นคือประเด็นที่ผมจะสื่อในบทความนี้ ถ้าเราอยากเอาชนะเงิน เราต้องเข้าใจตัวเราให้มาก ถ้าวันนี้ผมมีรถหรู มีบ้านหรู แล้วไม่ได้อยู่กับคนที่เรารัก ผมก็คงไม่อยากมีมัน ให้ผมรวยแล้วต้องนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ผมก็คงไม่อยากเป็นแบบนั้น

เงิน เวลา สุขภาพ มักจะไม่มาพร้อมกัน แต่จะทำอย่างไรให้ทั้งสามอย่างมาพร้อมกันได้ นั่นคือ การวางแผนทางการเงิน นั่นเองครับ ความสำคัญของการวางแผนนั้น จะทำให้เราเอาชนะสิ่งต่างๆได้ เรื่องเงินก็เช่นกัน ถ้าวันนี้เรารู้ว่า มีอะไรบ้างในเรื่องของเงินที่จำเป็นที่เราต้องรู้

ง่ายๆ พีระมิดทางการเงิน  ( อ่านต่อ กดที่นี่ ) นั้นคือภาพรวม ที่จะทำให้เราเอาชนะเรื่องของเงิน

ต่อมา “หนังสือ เรื่อง เงินสี่ด้าน” เราควรจะรู้ไว้ว่าเราอยากจะมีอาชีพที่ทำเงินได้แบบไหน active income หรือ passive income ผมว่าหนังสือเล่มนี้ก็จุดประกายใครหลายๆคนได้ดี รวมถึงตัวผมเองด้วย

เมื่อตัดสินใจได้ ที่เหลือมันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราไม่ได้ลงมือทำมัน ที่เหลือคงต้องศึกษา และลงมือทำ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่เราอยากจะมี

ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรยากเกินไปที่มนุษย์จะทำไม่ได้ ไปดวงจันทร์เรายังไปมาแล้ว ยิ่งเดี๋ยวนี้เค้ามีแผนจะย้ายถิ่นฐานมนุไปอยู่ดาวอังคารกันละ อะไรก็เป็นไปได้ครับ ถ้าเราตั้งใจ

เป้าหมายชีวิตของคนเราอาจไม่เหมือนกัน แต่ผมเชื่อเหลือเกินครับ ที่เหมือนกัน ที่ทุกคนอยากได้นั่นก็คือคำว่า”ความสุข

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
“อิสรภาพทางการเงิน ทำได้ง่ายๆ แค่เริ่มวางแผน”

“อิสรภาพทางการเงิน ทำได้ง่ายๆ แค่เริ่มวางแผน”

อิสรภาพทางการเงิน ทำได้ง่ายๆ แค่เริ่มวางแผน

 

” อิสรภาพทางการเงิน “ หลายๆคน คงเคยได้ยินคำๆนี้กันมาเยอะใช่ไหมล่ะครับ คำพูดที่สวยหรูดูดีและเป็นหนทางที่ใครหลายๆคนนั้น ใฝ่ฝันที่อยากจะมีสิ่งนี้

แล้วคุณเข้าใจคำว่า ” อิสรภาพทางการเงิน “ ว่าอย่างไรกันครับ

ผมคิดว่าหลายๆคนคงจะคิดเหมือนผมว่ามันคือ การที่มีเงินเยอะๆ ไม่ต้องทำงาน อยู่บ้านจิบกาแฟ ดู NETFLIX ชิวๆ ก็มีเงินใช้ไปจนตาย ใช่ไหมล่ะ

แต่พอผมได้เริ่มศึกษาเข้าไปถึงแก่นแท้ของอิสรภาพทางการเงินแล้ว ทำให้ได้รู้ว่ายังมีหลายคนส่วนใหญ่ที่มีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพทางการเงิน

วันนี้ผมจะมาสรุปแบบง่ายๆสั่นๆให้เพื่อนๆเข้าใจกันครับ

ผมมีเพื่อนอยู่ 2 คน

  • เพื่อนคนแรก ชื่อ เอ
    เป็นเจ้าของธุรกิจขายของออนไลน์ เอสามารถทำเงินได้ปีละหลายๆล้านบาท จากการที่เอหาเงินได้เยอะ แต่เอก็ใช้เยอะเช่นกัน เงินที่ได้มาก็เอาไปซื้อรถยนต์หรูๆ ซื้อบ้านหลังละหลายๆล้านบาท และที่สำคัญเป็นหนี้บัตรเครดิตจากการที่เอชอบในการช็อปปิ้ง

 

  • เพื่อนอีกคน ชื่อ บี
    บีเป็นเซลล์ขายของให้กับบริษัท และบีมักจะนำเงินที่ได้จากการขายไปลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซื้อที่ดินลงทุนในหุ้น และกองทุนรวม
    โดยที่บีวางแผนไว้ว่าบีจะมีเงินที่ได้จากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ และเงินปันผลจากหุ้นบริษัทต่างๆที่บีได้ถือหุ้นอยู่ ไว้ใช้ในยามเกษียณ

โดยที่ทั้งสองคนทำรายได้ปีละเท่าๆกัน

เพื่อนๆลองคิดตามกันดูนะครับ ว่าในอนาคตทั้งสองคนจะเป็นอย่างไร แตกต่างกันหรือไม่ เราลองมาดูกัน

เมื่อเวลาผ่านไป..
เอ ไม่มีเงินเก็บเลย และยังคงต้องขายของต่อไป เมื่อเอหยุดทำงาน เงินของเอก็หมด

ในขณะที่
บี เมื่อบีหยุดทำงาน บียังคงมีรายได้มีเงินไหลเข้ากระเป๋าสตางค์ของเขา โดยที่บีไม่ต้องทำงานด้วยซ้ำ

ถ้าคุณเลือกได้ คุณอยากมีชีวิตแบบเอหรือบีกันหรอครับ
แน่นอนว่าทุกคนก็ล้วนอยากจะเลือกใช้ชีวิตแบบบีอย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะครับเพราะว่าไม่มีใครที่จะมีแรงทำงานไปจนแก่เฒ่าจริงไหม

ตอนนี้คุณคงรู้แล้วนะว่าคุณใช้ชีวิตแบบเอหรือแบบบี ผลลัพธ์ที่ได้คุณก็เห็นอยู่แล้ว อยู่ที่คุณแล้วล่ะ ว่าคุณจะเริ่มวางแผนการเงินตอนไหน แต่ผมแนะนำว่าควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ ก่อนผลลัพธ์ของคุณจะเป็นแบบเอ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะคร้าบบ^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!