“รู้จักเงิน VS รู้จักพอ”

“รู้จักเงิน VS รู้จักพอ”

” รู้จักเงิน VS รู้จักพอ”

เหตุผลที่ผมออกจากอาชีพวิศวกร แปรเปลี่ยนมาทำอาชีพนักวางแผนการเงิน เหตุเพราะผมอยากเข้าใจเรื่องของเงิน ซึ่งพูดง่ายๆคืออยากเอาชนะเรื่องเงินครับ อีกอย่างคือ ผมอยากเรียนรู้แนวคิดเรื่องเงินของคนอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือเพื่อน พี่ๆ รวมถึงแฟนเพจผู้น่ารักของเราด้วยนะครับ^^

ประเด็นที่อยากจะพูดถึงเรื่องแนวความคิดเรื่องเงินของผมนั้น จริงๆแล้วผมคิดนะครับว่า เมื่อสมัยอดีตทำไมเราไม่เห็นต้องมีเงินเลย ทำไมคนเราก็อยู่กันได้ แล้วทำไมตั้งแต่ผมจำความได้ ผ่านมาก็กว่าสามสิบฝนเข้าไปแล้ว ผมกลับเห็นหลายๆคนกลับต้องมาทนทุกข์ทรมานว่าเขานั้นไม่มีเงิน

เอาจากความคิดและประสบการณ์ที่ผมเรียนรู้และศึกษาเรื่องการวางแผนการเงินรวมถึงการลงทุนมาก็ได้ประมาณสัก 6-7ปี มันยิ่งจะตอกย้ำผมเข้าไปอีกว่า ทุกๆคนนั้นจำเป็นอย่างยิ่งนะครับที่จะต้องศึกษาเรื่องการเงินส่วนบุคคล

จริงๆแล้วมันควรจะเริ่มฝึกฝนเริ่มปฏิบัติกันตั้งแต่เด็กๆด้วยซ้ำไปครับ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มีความสนใจด้านการเงิน อย่างผมตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกว่าชอบเลยแม้แต่น้อย (แถมรู้สึกว่ามันเป็นภาษาที่แสนจะน่าเบื่อเข้าใจยาก กำกวม ไม่ตรงไปตรงมาเหมือนกฎฟิสิกส์ หรือแรงโน้มถ่วงเอาสะเลย 555+)

ผมกลับหลงใหลในกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจสะอย่างนั้น แล้วก็เตะแต่บอล ดูแต่บอล แต่เมื่อวันที่ผมรู้สึกว่ามันจำเป็น เราก็ต้องศึกษามันให้เข้าใจ อาจไม่ลึกเท่าผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน แต่ก็ค่อยๆศึกษา อ่านหนังสือ หาคอร์สเรียนเพิ่มเติม ก็ซึมซับมันไปเรื่อยๆ ค่อยๆจับมาปะติดปะต่อกัน จนเห็นภาพและเข้าใจมันมากขึ้น

และสิ่งที่ผมคิด ณ ตอนนี้ก็คือ การวางแผนการเงินนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากและดีมากๆครับสำหรับทุกคน แต่… เราก็ไม่ควรให้เงินมามีอำนาจควบคุมตัวเราจนไม่เป็นตัวเรานะครับ

  • ถ้าถามว่าให้คุณมีเงินสักร้อยล้านพันล้าน แต่คุณไม่มีคนที่รักคุณ และไม่ได้อยู่กับคนที่เรารัก คุณจะเอามั้ย?
  • ถ้าคุณมีเงิน แต่คุณไม่มีเวลาให้กับครอบครัว หรือไม่มีเวลานัดคุยกับเพื่อนคนสนิทของคุณ คุณต้องการแบบนี้ไหม?
  • ถ้าให้คุณมีเงิน แต่คุณต้องนอนอยู่กับเตียงที่โรงพยาบาล คุณต้องการมั้ยครับ?

สำหรับผม ผมไม่ต้องการเลยครับ ถ้าเป็นแบบนี้ ผมขอไม่มีเงินจะดีกว่า

สำหรับตอนนี้ผมก็อยากจะบอกว่ามันก็แค่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ ใครจะคิดเหมือนผมหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ครับ นานาจิตตัง

บางทีได้รู้มุมมองของใครหลายๆคนเขา บางคนก็สนใจเงินในกระเป๋าสตางค์ มากไปเกินกว่าคำว่า ความพอ พอดี ครอบครัว เพื่อน มิตรภาพ น้ำใจ มันคือสิ่งที่จีรัง และมีมูลค่ามากกว่าเงินตราหลายเท่า

ผมตั้งใจที่จะทำเพจ moneyseries ขึ้นมานี้ก็เพื่ออยากจะให้ความรู้ทางการเงินให้เข้าใจง่ายๆ ภาษาชาวบ้านๆ รวมถึงอยากสร้างทีมนักวางแผนที่มีความเป็นมืออาชีพ เพราะเหตุผลเดียวครับ เพราะเราคือคนไทยด้วยกัน เศรษฐกิจจะดีได้ ถ้าคนไทยทุกคนบริหารเงินเป็น ถ้าทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้ ประเทศเราก็จะเข้มแข็งขึ้นอีกระดับอย่างแน่นอนครับ

Biw Ditsaphon

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
“เงินใช่นายเราจริงหรือ..”

“เงินใช่นายเราจริงหรือ..”

” เงินใช่นายเราจริงหรือ..? “

สังคมสมัยนี้ให้ค่ากับวัตถุนิยมกันมากขึ้น คุณว่าจริงไหม? ผมเห็นใครหลายคนอยากได้อยากมี ซื้อมาก่อนผ่อนทีหลัง เพื่อให้สังคมรอบข้างมองว่าเรามีเหมือนกับเขา จึงทำให้ใครหลายๆคนต้องตกเป็นทาสของเงินจนเกินไป

อะไรคือความสุขจริงๆกันแน่? การมีบ้านที่ใหญ่โต ราคาหลายๆล้านงั้นหรือ? การมีรถคันงามมาขับหรือ?? ถ้าถามคนที่เขามีสิ่งของพวกนี้แล้ว ผมว่าเขาก็คงบอกว่าไม่ใช่ แต่ถ้าถามคนที่ยังไม่มีนั่นอาจเป็นความสุขที่เขาคิดก็ได้

แต่จากประสบการณ์ผมนั้น มันเหมือนกับว่าเรามองกันคนละมุม เพราะคนที่มีแล้วเมื่อได้มีมัน มันก็แค่นั้น ไม่เห็นจะมีอะไรนี่หว่า แต่สำหรับคนที่ไม่มีก็จะมีความอยากที่จะมีมันมาให้ได้

แล้วนี่หรือคือความสุขจริงๆ ผมว่าความสุขในความเห็นของผม มันคือเราพอใจแค่ไหนมากกว่า การที่เราไม่มีชีวิตที่ลำบาก การเงินไม่เดือดร้อน มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิตนี่ล่ะ ผมว่ามันดีที่สุดแล้ว

อย่าให้เงินมามีอำนาจทำให้เราต้องไม่มีเวลาอยู่กับคนที่เรารัก คนเราเกิดมาก็ต้องเจ็บป่วย ต้องจากโลกนี้ไปในที่สุด

นั่นคือประเด็นที่ผมจะสื่อในบทความนี้ ถ้าเราอยากเอาชนะเงิน เราต้องเข้าใจตัวเราให้มาก ถ้าวันนี้ผมมีรถหรู มีบ้านหรู แล้วไม่ได้อยู่กับคนที่เรารัก ผมก็คงไม่อยากมีมัน ให้ผมรวยแล้วต้องนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ผมก็คงไม่อยากเป็นแบบนั้น

เงิน เวลา สุขภาพ มักจะไม่มาพร้อมกัน แต่จะทำอย่างไรให้ทั้งสามอย่างมาพร้อมกันได้ นั่นคือ การวางแผนทางการเงิน นั่นเองครับ ความสำคัญของการวางแผนนั้น จะทำให้เราเอาชนะสิ่งต่างๆได้ เรื่องเงินก็เช่นกัน ถ้าวันนี้เรารู้ว่า มีอะไรบ้างในเรื่องของเงินที่จำเป็นที่เราต้องรู้

ง่ายๆ พีระมิดทางการเงิน  ( อ่านต่อ กดที่นี่ ) นั้นคือภาพรวม ที่จะทำให้เราเอาชนะเรื่องของเงิน

ต่อมา “หนังสือ เรื่อง เงินสี่ด้าน” เราควรจะรู้ไว้ว่าเราอยากจะมีอาชีพที่ทำเงินได้แบบไหน active income หรือ passive income ผมว่าหนังสือเล่มนี้ก็จุดประกายใครหลายๆคนได้ดี รวมถึงตัวผมเองด้วย

เมื่อตัดสินใจได้ ที่เหลือมันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราไม่ได้ลงมือทำมัน ที่เหลือคงต้องศึกษา และลงมือทำ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่เราอยากจะมี

ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรยากเกินไปที่มนุษย์จะทำไม่ได้ ไปดวงจันทร์เรายังไปมาแล้ว ยิ่งเดี๋ยวนี้เค้ามีแผนจะย้ายถิ่นฐานมนุไปอยู่ดาวอังคารกันละ อะไรก็เป็นไปได้ครับ ถ้าเราตั้งใจ

เป้าหมายชีวิตของคนเราอาจไม่เหมือนกัน แต่ผมเชื่อเหลือเกินครับ ที่เหมือนกัน ที่ทุกคนอยากได้นั่นก็คือคำว่า”ความสุข

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
“วางแผนการเงินก็สำคัญพอๆกับธุรกิจนะ เคยวางแผนกันบ้างหรือยัง..”

“วางแผนการเงินก็สำคัญพอๆกับธุรกิจนะ เคยวางแผนกันบ้างหรือยัง..”

“วางแผนการเงินก็สำคัญพอๆกับธุรกิจนะ เคยวางแผนกันบ้างหรือยัง”

ผมเป็นคนนึงที่ชอบการศึกษาการทำธุรกิจ การลงทุน หรือหนังสือ how to ต่างๆ เพื่อเสริมความรู้ และพัฒนาตัวเอง มีหนังสือหลายเล่มครับ ที่มักจะบอกเสมอเสมอครับว่าการทำธุรกิจนั้นต้องมีการวางแผนที่ดี ต้องมีการวางแผนที่เป็นระบบ  เพื่อที่จะทำให้ธุรกิจของเรานั้นโตขึ้นอย่างยั่งยืนและจะทำให้มันซัคเซสอย่างมั่นคง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางแผนการสต๊อกของ เรื่องของการตลาด หรือแม้กระทั่งงานบริการก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจเช่นกัน

แต่วันนี้ผมจะไม่ได้มาพูดในหนังสือที่ผมได้อ่านเรื่องการทำธุรกิจนะครับ วันนี้ผมจะมาพูดในถึงเรื่องของประเด็นว่าทำไม ในเมื่อเรารู้แล้วว่าการวางแผนนั้นสำคัญ

แต่ทำไมเราถึงโฟกัสไปที่การทำธุรกิจการทำงานของเราให้มันดีที่สุด

โดยที่คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าาา!  สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ถ้าเราวางแผนชีวิตของเราดีนั่นก็คือ การจัดการด้านการเงินหรือการวางแผนการเงินของตัวเราเอง

หลายคนครับเป็นนักธุรกิจหรือเป็นผู้ประกอบการเป็นเจ้าของกิจการตัวเอง หลายคนเก่งทำงานหาเงินได้มากมาย แต่ไม่สามารถจัดการเรื่องหนี้สินส่วนตัวได้หรือใช้จ่ายที่เกินตัวมากเกินไปจนทำให้บั้นปลายชีวิต พบกับปัญหาหรือแม้กระทั่งธุรกิจไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ ทำให้ผิดแผนทางด้านการเงินส่วนตัวแล้วก็ถ้าทำให้ครอบครัวเดือดร้อนได้

ผมมองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องสำคัญนะครับก็อยากจะพูดอีกแง่หนึ่งให้ทุกคนลองคิดตามกันหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนนะครับ

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
“เคล็ดไม่ลับ สำหรับการลงทุนและการวางแผนทางการเงิน”

“เคล็ดไม่ลับ สำหรับการลงทุนและการวางแผนทางการเงิน”

“เคล็ดไม่ลับสำหรับการลงทุนและการวางแผนทางการเงิน”

โดยส่วนตัวผมเลยนั้น เมื่อสมัยซักประมาณเกือบเกือบแปดปีที่แล้ว ตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ กับการเป็นวิศวกรคนหนึ่งในโรงงาน ในสมัยนั้นพูดถึงแล้วรู้สึกว่ามันช่างนานเหมือนตัวเองแก่ไปเลย 555+

ที่จะบอก ก็คือเรื่องของการเล่นหุ้นครับ ซึ่งในตอนนั้นมีหนังสือกูรูมากมายให้ความรู้เรื่องหุ้น และผมก็ซื้อหนังสือพวกนี้มาอ่านตลอด โดยหวังว่าสักวันนึงเราจะเป็นนักลงทุน แล้วก็ประสบความสำเร็จอย่างพวกเขาบ้าง

แต่พอผมได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนและการวางแผนทางการเงินของตัวผมเองนั้น ผมก็เริ่มรู้สึกว่าการลงทุนนั้นเป็นสิ่งที่ไกลจากตัวเราเหลือเกิน เพราะเราไม่ได้มีประสบการณ์และความรู้ในการลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆเลย

ในตอนนั้นก็เริ่มได้รู้จักกับการที่จะต้องอ่านงบทางการเงินของบริษัทต่างๆเพื่อจะดูผลกำไรขาดทุนก็ต้องหาหนังสือ ทางบัญชีการเข้าใจในอัตราส่วนทางการเงินต่างๆจึงได้รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่นักลงทุนควรจะมีความรู้ในระดับหนึ่งซึ่งเมื่อพอได้ลองลงทุน ลองซื้อหุ้น นึกว่าการบริหารเงินของตัวเองนั้นก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นผมจึง มองว่าเรื่องเนี่ยมันเป็นเรื่องสำคัญแกนหลักเลยนะที่จะทำให้เรารู้ทิศทางของเงิน รู้ทิศทางของการใช้จ่ายของบริษัทต่างๆหรือการใช้จ่ายของตัวเราเอง

เพราะฉะนั้นผมอยากจะบอกว่าหลักสำคัญ หรือแก่นของการวางแผนการเงินของตัวเราเองนั้น มันคือ!!  บัญชีรายรับ-รายจ่าย  นั่นเอง

ผมว่าใครหลายหลายคนคงรู้จักบัญชีรายรับ-รายจ่ายกันอยู่แล้วเพราะว่าเราเคยเห็นในทีวีแล้วก็มีความรู้จากสื่อต่างๆ

ถ้าในสมัยก่อนก็จะเป็นกระดาษให้เราจดบันทึกว่า เราได้เงินจากพ่อแม่วันละเท่าไหร่ เดือนเท่าไหร่ ใช้จ่ายอะไรบ้าง เอาไป Shopping หรือว่าเอาไปซื้อขนมกินเท่าไหร่

แต่พอเมื่อเราโตมา เราก็จะมีรายรับจากเงินเดือนของเรา เราใช้จ่ายไปเท่าไหร่ใช้จ่ายอะไรบ้าง แต่ประเด็นก็คือว่ามีซักกี่คนครับที่จะทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายจริงๆจังจัง

ซึ่งผมมองว่าน้อยคนมากๆนะที่จะทำเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องอะไรที่แสนจะน่าเบื่อ

แต่เดี๋ยวก่อน!!

คุณรู้มั้ยทำไมเราถึงมองว่ามันน่าเบื่อ ผมลองวิเคราะห์แล้วมันคือเราไม่มีเป้าหมายบางอย่างนั่นเองเช่น ถ้าผมยกตัวอย่างก็คือว่าถ้าคุณต้องการเก็บออมเดือนละ 1,000 2,000 ต่อเดือน เราจะหักเงินส่วนนี้ไว้ที่ไหน?? เงินเอาไปไว้ทำอะไรหรือว่าเราจะใช้เงิน budget ของการกินใช้เท่าไหร่

ถ้าเราลองทำมาได้ซักหนึ่งเดือน สองเดือนหรือหนึ่งปี ถ้าคุณกลับมาดูผลลัพธ์ที่คุณเขียนลงไปนั้นซึ่งสมัยนี้มันก็มีพวกแอพพลิเคชั่นให้คุณได้ใช้ฟรีฟรีหรือเสียตังค์น้อยมากครับหลัก 100 มันจะทำให้เราเห็นเลยว่าคุณใช้จ่ายไปในเรื่องอะไรบ้าง คุณมีค่าใช้จ่ายหรือคุณจะวิเคราะห์นิสัยทางการเงินของเราได้เลยว่าเรา Shopping เก่งไหมเดินทางเที่ยวบ่อยหรือเปล่าหรือว่าซื้อของที่ไม่ได้จำเป็นมากเกินไป

สุดท้ายการวางแผนทางการเงินจะให้เรามั่งคั่งหรือหวังว่าจะร่ำรวยในอนาคตอย่างยั่งยืนนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยแหละ ถ้าเราไม่มีเงินออมถูกไหมครับ

เพราะฉะนั้นเราควรจะมีเป้าหมายทางการเงินที่แน่นอนและเดินตามแผนว่าเราจะเก็บออมเท่าไหร่ต่อเดือน เอาไปวางแผนการเงินในด้านต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การวางแผนประกันชีวิต หรือว่าอยากจะเก็บเงินไว้เพื่อทำธุรกิจในอนาคต

เมื่อคุณเรียนรู้รายรับ-รายจ่ายอย่างลึกซึ้งมันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจในระบบบัญชีมากขึ้นพ่อไปหลายคนไม่ได้จบทางด้านนี้มาเหมือนกับผม ผมมองว่ามันก็เป็นเรื่องยากนะที่จะทำให้คนที่ไม่เคยศึกษามันมาจากเข้าใจในทันทีเพราะภาษาทั้งด้านการเงินนั้นเป็นอะไรที่ช่างทรมานมากในการทำความเข้าใจซึ่งผมเข้าใจทุกคนดีครับเพราะผมเป็นมาก่อน แต่อย่าพึ่งท้อเพราะว่าเมื่อเราค่อยค่อยเรียนรู้เมื่อเราเห็นผลลัพธ์บางอย่างขึ้นมาเราจะมีแรงกระตุ้นหรือมีกำลังใจในการทำสิ่งสิ่งนี้ต่อไป

จากนั้นคุณลองศึกษาเรื่องของงบดุลการเงิน งบกระแสเงินสดต่างๆ มันจะเริ่มเห็นภาพมากขึ้นเลยทีเดียวล่ะครับ ว่าบริษัทนี้มีกำไรมั้ย หรือใช้จ่ายไปในเรื่องของอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะนำไปเป็นส่วนนึงของการตัดสินใจลงทุนในหุ้นบริษัทนั้นๆได้อย่างมั่นใจ ลองนำไปใช้กันดูนะครับ หวังว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ อยากแชร์จากประสบการณ์ให้ใครที่อยากจะวางแผนการเงินของตัวเองให้มีความมั่นคงในอนาคตครับผม

 

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES”

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES”

เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES

 

ถ้าถามทุกคนว่าอยากรวย อยากมีเงินมั้ย แน่นอนเกือบทุกคนจะตอบว่าตัวเองอยากที่จะรวย อยากมีเงินกันทั้งนั้นจริงไหมครับ?

แต่ถ้าเรามองลึกๆเข้าไปในคำตอบของทุกคนจริงๆแล้ว เป้าหมายที่แท้จริงพวกเราไม่ได้ต้องการเงิน แต่พวกเราอยากที่จะมีเงินเพื่อไปทำในสิ่งที่ตัวเองรักหรือเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองใช่ไหมครับ

  • อยากมีบ้าน
  • อยากไปเที่ยว
  • อยากกินอาหารดีๆ
  • อยากมีรถสักคัน บลาๆๆ

เมื่อมนุษย์ได้สร้างสิ่งๆนึงที่เรียกว่า “เงิน” ขึ้นมา นั่นทำให้ชีวิตของมวลมนุษยชาติได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เพราะเงินจะเป็นตัวกำหนดมูลค่าของสิ่งของหรือบริการนั้นๆ เราจึงต้องหาเงินมาเพื่อซื้อสิ่งของหรือบริการเหล่านั้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเรานั่นเอง และจริงๆแล้ว

“เงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องสำคัญส่วนใหญ่ต้องใช้เงิน”

ประโยคนี้หลายๆคนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง ซึ่งส่วนตัวผมชอบมันมาก เพราะผมไม่สามารถหาเหตุผลใดใดมาแย้งได้เลยกับประโยคนี้ จริงมั้ยครับ 555+
และประเด็นที่แท้จริงของการวางแผนการเงินนั้นก็คือ
  • ความต้องการของตัวเราคืออะไร?
  • เป้าหมายของความสุขของเราคืออะไร?

หลายๆคน อยากที่จะมีเงินเยอะๆ อยากรวย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะรวยไปเพื่ออะไร นั่นจึงทำให้พวกเขามองภาพตัวเองไม่ชัดว่าตัวเองต้องทำอะไรสิ่งใดก่อนหลัง

เหมือนกับการเดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ แต่ไม่ได้วางแผนว่าจะไปด้วยยานพาหนะอะไร ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ หรือแม้แต่ยังไม่รู้เลยว่า เชียงใหม่อยู่ตรงไหนนั่นเอง การเดินทางที่ไม่ได้มีการวางแผนนั้น ก็จะทำให้เรามีอุปสรรคมากกว่าการวางแผนการเดินทางที่ดีและชัดเจน จะทำให้เราแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า หรือจำกัดค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายได้ยังงัยล่ะครับ

ถ้าวันนี้ว่างๆ ลองกำหนดเป้าหมาย ความต้องการของตัวเราขึ้นมาและเขียนหรือวาดมันลงไปในกระดาษดูสิครับ พอเราเริ่มเห็นภาพความต้องการของเราแล้ว ลองกำหนดระยะเวลาที่จะได้มันมา แล้วตัวเราจะรู้เองว่าความสุขและเป้าหมายของเรา จะต้องเริ่ม!! มันยังงัย

เขียนแล้วมาแชร์ให้เพื่อนๆฟังกันนะครับ ว่าเป้าหมายของเราเป็นอย่างไรกันบ้าง

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะคร้าบบ^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!
moneyseries ตอน “จุดเปลี่ยนของผม”

moneyseries ตอน “จุดเปลี่ยนของผม”

วันนี้ผมอยากจะมาเล่าประสบการณ์ด้านการเงินและชีวิตคร่าวๆของผมครับ เผื่อบางทีอาจจะเป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆบ้าง ถ้าใครถูกใจ หรือคิดดูแล้วว่าเอิ่มม!! น่าจะเอาไปปรับใช้ได้ ก็ลองดูกันนะครับ

เอาจริงๆแล้ว ผมแม่ม!! โคตรจะไม่เคยคิดเรื่องการวางแผนการเงิน วางแผนอนาคตของตัวเองเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อคนๆนึงมันจะเจอจุดเปลี่ยนของชีวิต บางทีอาจไม่ใช่รอบเดียว อาจเป็นหลายๆครั้ง สะสมกันมาจนทำให้เกิดความคิดว่าตัวเราจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ
  • ผมก็เป็นเด็กสุพรรณฯ บ้านนอกคนนึงครับ ที่มีความชอบและหลงไหลในกีฬาฟุตบอลมากๆ ก็คงเหมือนเด็กผู้ชายทั่วๆไปล่ะครับ แต่ผมนั้นรู็สึกว่าตัวเองไม่เคยมีพรสวรรค์ด้านนี้เอาซะเลยล่ะ แต่ในเมื่อความรักในกีฬาฟุตบอล ผมก็ไม่ยอมแพ้ครับ เราต้องฝึกฝนให้หนักกว่าคนที่เค้ามีทักษะที่มากกว่าเรา พยายามให้มากขึ้นครับ
  • ผมยังจำได้เลยว่าเมื่อตอนม.1 ผมยังเดาะบอลได้ไม่ถึง 20 ที เลยด้วยซ้ำ!! (ซึ่งปกตินักฟุตบอลควรจะเดาะบอลได้หลายนาทีเลยล่ะ) จนกระทั่งผมทนไม่ไหวครับ ด้วยความอยากเป็นนักกีฬาฟุตบอลตัวโรงเรียน ซึ่งผมรู้สึกในตอนนั้น มันโคตรจะเท่ห์เลย555 สาวๆต้องกรี้ด อะไรประมานนั้น ผมจึงเดินไปคุยกับโค้ชนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนเลยครับ ว่าถ้าผมอยากเล่นฟุตบอลของโรงเรียน ต้องทำอย่างไรบ้าง ตอนนั้นจำได้เลยว่าผมจริงจังมากๆครับ และโชคเข้าข้างผมครับ โค้ชตอนนั้นเป็นอาจารย์สอนวิชาพละศึกษา ซึ่งก็สอนฟุตบอลนี่ล่ะ โค้ชบอกกับผมว่า ไอ่หนูถ้ามึงเดาะบอลได้ 20 ทีเมื่อไหร่ จะให้ไปลองซ้อมกับพวกนักฟุตบอลดูครับ 555
  • นั่นคือโอกาสเดียวครับ ของผมในตอนนั้นที่จะเป็นนักฟุตบอลอย่างที่อยากจะเป็น ให้ทายครับว่าผมทำอะไรบ้าง ผมอยากถามกับทุกคนเลยว่า ถ้าวันนี้มันมีโอกาสเข้ามาที่จะทำให้เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราจะทำอย่างไร?? ส่วนผมตอนนั้นเท่าที่จะได้คือ หลังเลิกเรียนผมจะกลับมาฝึกเดาะบอล ไปเตะบอลกับเพื่อนๆแถวบ้านทุกวันครับ และแล้วผมก็ได้เป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน จนจบม.3 และก็ได้เข้ามาทดสอบฝีเท้าในโรงเรียนที่กรุงเทพฯ แต่ก็ยังไม่ผ่านครับ เราก็พยายามกลับไปพัฒนาขึ้นอีก กลับมาอีกครั้งตอนม.5 ก็ผ่านและได้เป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนที่กรุงเทพฯสมใจอยากครับ

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ไหนล่ะไม่เห็นมีเรื่องการเงินเลย!! มันก็แค่ชีวิตของเด็กคนนึง แต่สิ่งที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังถึงเรื่องนี้ มันคือเรื่องของ ความพยายามครับ ผมว่าคนเราต้องรู้จักประเมินตัวเอง แล้วก็ต้องยอมรับตัวเองด้วยนะครับ ว่าความสามารถเราประมาณไหน ในตอนนั้นผมประเมินตัวเองว่าเราสู้คนอื่นไม่ได้หรอก (จริงๆมันเห็นชัดมากครับว่าผมกาก555) แต่ผมได้เรียนรู้ในเรื่องของความพยายามที่อยากจะฝึกฝนทักษะในด้านต่างๆที่เรากำลังสนใจหรืออยากจะทำสิ่งนั้นๆมากกว่า มันคือการสร้างวินัยให้กับตัวเราได้ดีมากๆๆเลยล่ะครับ

ทีนี้มาถึงเรื่องจุดเปลี่ยนของผมกันบ้าง หลักๆจุดเปลี่ยนผมมีอยู่ 2 เรื่องครับ (เพราะผมยังอายุไม่เยอะเท่าไหร่เลย…หราา) หลังจากที่ผมเรียนมหาลัยในคณะวิศวกรรมศาสตร์จบมา ก็เลือกที่จะหาประสบการณ์ในการทำงานในด้านที่เราเรียนจบมาเหมือนเด็กทั่วๆไปครับ แต่ในตอนนั้นผมรู้สึกแล้วล่ะครับว่าตัวเองไม่ได้ชอบในอาชีพหรือสาขาวิชาที่เรียนจบมา แต่ก็ตัดสินใจที่จะเรียนรู้หาประสบการณ์ในการทำงานกับคน ในองค์กรใหญ่ๆภาคอุตสาหกรรมดูครับ
  • จุดเปลี่ยนแรก.. ในตอนนั้นผมทำงานมาได้สักปีนึงแล้ว ก็ได้เรียนรู้เรื่องงานตามปกติครับ ได้เงินเดือน ได้โบนัสมาก็ใช้จ่ายในสิ่งที่เราอยากมีและไม่เคยมี จนพบว่าในปีแรกผมไม่มีเงินเก็บเลยครับ!! ทำไมเราถึงเก็บเงินไม่ได้??
  • มีคำถามจากคนใกล้ตัวของผม นั่นก็คือในตอนนั้นผมมีแฟนคบกับผูหญิงคนหนึ่งซึ่งเค้าเป็นเพื่อนในภาควิชาเดียวกันครับ เรารู้จักกันมาก็4-5ปีได้แล้ว ซึ่งคำถามนั้นมันทำให้ผมได้ฉุกคิดขึ้นทันที “เธอๆ..เคยคิดถึงเรื่องแต่งงานสร้างครอบครัวกับเรามั้ย??!!!!” “เราควรจะเก็บเงินกันมั้ยเพื่อจัดงานแต่งกัน!!!” โอ้วว.. ผมนี่จากคนที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยย คิดว่าทำงานไปสักพักก็เดี๋ยวว่ากันปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามทางของมันอ่ะครับ
  • แต่ในเมื่อฝ่ายหญิงได้ทักท้วงขึ้นมา ผมจึงรู้ได้เลยว่า..ผู้ชายแบบไหนที่ผู้หญิงต้องการ ผมรู้สึกเลยว่าผู้ชายที่ดูมีอนาคตกับไม่มีอนาคต ผู้หญิงเค้าดูกันตรงไหน หลังจากนั้นมาเรียกได้ว่า วางแผนกันยาวเลยล่ะครับ
  • นั่นคือจุดแรกที่ทำให้ผมได้เข้าสู่เรื่องของการวางแผนชีวิตและการเงินของตัวเราและครอบครัว ว่าอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า เราจะมีชีวิตแบบไหน
  • จุดเปลี่ยนที่สอง.. หลังจากที่ผมเริ่มมีเป้าหมายแล้วว่าจะต้องมีเงินมากว่านี้ เก็บเงินให้ได้มากกว่านี้ ซึ่งตอนนั้นผ่านมาได้สัก3-4ปี ผมได้เรียนรู้เรื่องการหาเงินเพิ่ม เปลี่ยนงานไปเป็นเป็นแผนกวิศวกรฝ่ายขาย ได้ค่าตอบแทนตามความสามารถของเรา การวางแผนการเงินพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออมเงิน วางแผนภาษี วางแผนประกันชีวิต การลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวม และก็ยังหาอาชีพเสริมต่างๆ ให้เรามีรายได้มากขึ้นกว่าเดิม ก็ได้กำไรบ้าง เจ๊งไปบ้าง ก็ลองทำไปครับ
  • แต่ตอนนั้นในเรื่องการเงินของผมก็เริ่มจะดีขึ้นมากเลยล่ะครับ เริ่มเข้าใกล้เป้าหมายที่จะได้ลงหลักปักฐานแต่งงานแล้วล่ะ แต่อนาคตก็เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนครับ เรามีแผนไว้แล้วก็จริง แต่บางครั้งเราไม่สามารถกำหนดตัวแปรต่างๆรอบตัวเราได้ สรุปก็คือชีวิตคู่ของผมนั้นจำเป็นต้องจบลง ด้วยการลดสถานะมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม T_T
  • ทุกคนต้องมีเรื่องที่เคยผิดหวังจากเรื่องต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดาครับ ในตอนนั้นผมก็ต้องกลับมาคิดถึงตัวเองครับ ประเมินตัวเองอีกครั้งว่าเราผิดพลาดตรงไหน สุดท้ายผมกลายเป็นคนที่ละเลยคนข้างๆมากเกินไป มัวแต่ไปสนใจแต่เป้าหมายหลักโดยที่ไม่ได้แคร์ ไม่ได้ให้เวลากับคนข้างๆของเราเลย
  • แต่มันยังไม่จบครับ.. หลังจากที่เลิกกับแฟนของผมไม่นาน ผมก็ได้พบกับข่าวร้ายอีก นั่นก็คือ ป่ะป๊าของผมได้ตรวจพบเชื้อมะเร็งที่โคนลิ้นครับ สาเหตุก็มาจากการที่กินเหล้า และสูบบุหรี่มานาน สะสมจนเป็นโรคนี้ แต่ก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง โดยที่เชื้อมะเร็งเกิดขึ้นในแค่ระยะเริ่มต้นเท่านั้น
  • ในช่วงเวลานั้นผมแทบไม่มีเวลาที่จะคิดโศกเศร้า เพราะต้องคอยพาพ่อไปโรงพยาบาล นัดหมอ เพื่อที่จะผ่าตัดให้ได้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เชื้อเข้าไปต่อมน้ำเหลือง เป็นช่วงเวลาที่ผมต้องท้อแท้ เหมือนโลกกำลังลงโทษชีวิตผมอยู่ แล้วก็ยังไม่จบอีกครับ T_T
  • ในคืนแรกของวันที่ป๊าผมออกจากห้องผ่าตัด การผ่าเป็นไปได้ด้วยดี แต่ผมก็ได้รับข่าวร้ายอีกจากพี่ชายว่ามีขโมยขึ้นบ้านเราที่ชลบุรี ผมอยู่กับม่ะม๊าสองคนในโรงพยาบาลที่กรุงเทพ ต้องรีบกลับไปชลบุรีในคืนนั้น เพื่อไปพบตำรวจ และดูความเสียหายในบ้าน โดยที่เราตัดสินใจกันว่าจะยังไม่บอกป๊าของผม เพื่อไม่ให้กระทบกับจิตใจของป๊า
สิ่งที่ทำให้ผมคิดได้จากสองจุดเปลี่ยนในชีวิตของผมนั้น มันคือเรื่องของชีวิตคนเรา มากไปกว่าเรื่องของการเงินเสียอีก แต่ลองมองกลับไปดู ถ้าวันนั้นเรื่องการเงินทางบ้านของเราไม่ดีด้วย แถมยังต้องมาเจอเรื่องเศร้าๆแบบนี้ด้วย มันคงจะเป็นอะไรที่หนักหนาเลยทีเดียวเลยล่ะครับ

ผมตระหนักถึงคนใกล้ตัวของเรามากขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของพ่อแม่ เรื่องของแฟน เรื่องของเพื่อน เรียกง่ายๆว่าคนที่เรารัก ผมอยากจะมีเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน พร้อมๆไปกับการหาเงิน เพราะทุกชีวิตเกิดมาก็ต้องมีดับไป เป็นสัจธรรมอยู่แล้ว แต่เวลาที่เหลือต่างหาก เราจะทำอะไรจะอยู่กับใครตรงไหน เป็นสิ่งที่เราต้องเลือกและคิดให้ดีๆครับ

และเหตุการณ์นั้นจึงทำให้ผมมานั่งคิดครับ ว่าเราอยากทำอะไรต่อไปในอนาคต เพื่อให้ได้เงินและเวลาไปพร้อมๆกับสิ่งที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น หรือลูกค้าของเรา ผมจึงตัดสินใจมาทำอาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน ไปเรียน และไปสอบใบอนุญาติต่างๆ เพื่อที่จะได้ให้ความรู้กับคนที่สนใจวางแผนชีวิตด้านการเงิน ได้แนะนำผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ หรือแม้แต่การบรรยายความรู้ต่างๆในองค์กร เพราะผมเชื่อว่าคนไทยหลายๆคนยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคล การลงทุนต่างๆ ที่ดีพอ และจะได้อะไรจากการที่เค้าได้วางแผนชีวิตของเขาอย่างถูกต้อง ผมในฐานะที่เคยเป็นคนที่ไม่เคยใส่ใจด้านการวางแผนชีวิตและการเงินมาก่อน วันนี้ผมเห็นถึงความสำคัญอย่างมาก จึงอยากจะเป็นส่วนนึงที่จะทำให้ผู้คนตระหนัก และเรียนรู้เรื่องราวดีๆ ของการวางแผนการเงิน ขอเพียงแค่หนึ่งคนที่คิดได้และนำหลักการไปใช้ ผมก็ดีใจสุดๆแล้วครับ  เพียงแค่เราเริ่ม..ก็เป็นจุดเริ่มต้นสิ่งที่ดีแล้วล่ะครับ

 

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะคร้าบบ^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!