สวัสดีปี 2019 นะคะ วันนี้ Money series จะพาเพื่อนๆ มาดูเรื่อง การเงิน ในปีที่ผ่านๆมากันค่ะ

ซึ่งปีที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่มักจะมีความสนใจในหุ้นกันเป็นอย่างมาก เพราะเราเคยได้ยินกันมาว่าเล่นหุ้นแล้วได้เงินเยอะ เศรษฐี คนรวยๆ เขาก็เล่นหุ้นกันทั้งนั้น ผลตอบแทนเยอะ มีแต่รวยกับรวย พอได้ยินมาแบบนี้ เราก็เอาเงินก้อนของเราไปวางไว้ในหุ้นทั้งหมดเลย ซึ่งตอนที่หุ้นขึ้นหน้าตาก็จะยิ้มแย้ม สดใส แต่ในยามที่หุ้นตกนี่ จุกในอก เสียวปี๊ดดดกันเลยทีเดียวค่ะ

จากเรื่องนี้สอนให้ได้รู้ว่า อย่านำเงินที่มีทั้งหมดไปลงทุนไว้ในที่ใดที่เดียวเพราะจะทำให้เราแบกรับความเสี่ยงนั้นสูงมาก ซึ่งถ้าหากการลงทุนนั้นเกิดผิดพลาด หรือการคาดเดากราฟการลงทุนนั้นผิด ก็จะส่งผลต่อเงินของเราทั้งหมด

ดังนั้น เราจึงควรจัดสรรเงินลงทุนของเราไว้หลายๆที่ หลายๆแหล่ง เพื่อกระจายความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนะคะ

รูปที่ 1.1 ปิรามิดการเงิน

ซึ่งการลงทุนถือว่าเป็นอันดับ 3 ของการวางแผนทั้งหมดจาก ปิรามิดการเงิน จะเห็นว่าเราควรวางรากฐานของเราให้ดีเสียก่อน มาดูกันค่ะ ว่ารากฐานที่สำคัญที่เราควรจะมีในชีวิตคืออะไรบ้าง

การวางแผนการเงินที่คุณควรจะมีในปี 2019 มีทั้งหมด 5 แผน ดังนี้ค่ะ

1. การวางแผนประกันชีวิต

การวางแผนประกันชีวิตเป็นสิ่งแรกที่เราควรวางแผนก่อนเรื่องอื่นเลยนะคะ เพราะประกันชีวิตก็เหมือนเกราะป้องกันชีวิตเราค่ะ ลองคิดเล่นๆนะคะ ถ้าวันนี้คุณประสบอุบัติเหตุร้ายแรง หรือเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา คุณมีเงินที่จะรักษาตัวคุณเองหรือยังคะ

แล้วในยุคสมัยนี้ค่ารักษาพยาบาลก็แพงมาก ถ้าอยากรักษาโรงพยาบาลที่ดี มีแพทย์ที่เก่ง มีเครื่องมือที่ทันสมัย ก็ต้องใช้เงินจำนวนมากเลยค่ะ ยิ่งถ้าเป็นโรงร้ายแรง เช่น โรงมะเร็ง ซึ่งโรคใช้ต้องใช้เงินรักษา เป็นแสน หรือบางครั้งอาจจะเป็นล้านเลยก็ว่าได้ค่ะ แล้วคุณคิดว่าคุณมีเงินเพียงพอสำหรับรักษาตัวเองไหมคะ

เพราะการรักษาต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงทำให้เราต้องรีบวางแผนประกันชีวิตให้ตัวเราเองและคนที่เรารัก เพื่อที่จะได้มีเกราะป้องกันความเสี่ยงให้ชีวิตและทรัพย์สินของเราเองค่ะ

 

2. การวางแผนออมเงิน

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งนะคะ เราทุกคนมีรายได้เข้ามาทุกๆเดือน ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆนานา ไหนจะค่าบ้าน ค่ารถ ค่าช้อปปิ้ง บราๆๆ เงินพวกนี้ทุกคนต้องใช้จ่ายออกไปทุกเดือน เราจึงมีข้ออ้างกับตัวเองเสมอว่า เก็บออมเงินไม่ได้หรอก แค่ค่าใช้จ่ายก็หมดแล้ว หรือ จะเอาเงินที่ไหนเก็บแค่ใช้กินใช้อยู่ก็ไม่เหลือแล้ว แถมยังต้องกู้เงินมาใช้อีก ซึ่งคำพวกนี้ได้ยินบ่อยมาก เพราะทุกคนก็มักจะหาข้ออ้างให้ตัวเองเสมอใช่ไหมล่ะ

ซึ่งเราหาเงินมา เรามีรายได้ แล้วเราไม่รู้จักเก็บออมเงิน ก็จะทำให้เราใช้เงินไปโดยไร้ความจำเป็น ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้คิดถึงอนาคตที่เราจะแก่ขึ้นเรื่อยๆ เราไม่ได้มีแรงที่จะทำงานไปตลอดนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เริ่มเก็บเงินตั้งแต่ยังมีแรงทำงาน เราก็จะก็มีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายในยามแก่ชราค่ะ

ที่เราต้องวางแผนออมเงิน ก็เพื่อให้เรามีเงินก้อน ไว้ใช้จ่ายในอนาคตนั่นเองค่ะ

ความร่ำรวยและชีวิตที่มีอิสรภาพทางการเงิน มักเริ่มต้นมาจากคำว่า “ออม”

3. การวางแผนการลงทุน

เมื่อเรามีเงินออมในบัญชีแล้ว เราทุกคนก็อยากให้เงินของเรางอกเงยขึ้นไปอีกใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งถ้าเราอยากให้เงินงอกเงย เราก็ต้องนำเงินไปลงทุนถูกไหมค่ะ แต่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินก็มีหลากหลายมารก แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเาควรจะลงทุนที่ไหนบ้าง

และนี่หล่ะค่ะ คือสาเหตุที่เราต้องวางแผนการลงทุน เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวไหนที่เหมาะสมกับเรา เลือกการลงทุนที่เราสามารถยอมรับความเสี่ยงได้ และเพื่อให้เงินลงทุนของเราเติบโตตามเป้าหมายที่เราวางไว้ค่ะ

4. การวางแผนภาษี

เรื่องภาษี ถ้าคุณไม่จัดการให้ดี ก็มีแต่เสียกับเสียค่ะ ทุกวันนี้เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร ทำงานมาทั้งปีรายได้หลักร้อยล้านพันล้าน แต่เสียภาษีเป็นหลายๆล้าน คุณคิดว่าคุ้มไหมคะ หรืออีกทางก็คือ หนีภาษีเลยดีกว่า ไม่ต้องเสียภาษี มีแต่ได้กับได้ แต่เดี๋ยวก่อน!! หนียังไงก็ไปไม่รอดค่ะ ข่าวออกมาบ่อยเลย คนหนีภาษีโดนเรียกเก็บย้อนหลัง ตายกันเป็นแถบๆ พยายามทำงานหาเงิน แต่กับต้องมาเสียภาษีย้อนหลังเป็นหลายๆล้านแบบนี้ก็ไม่ไหวนะคะ

ดังนั้นเราจึงต้องรู้จักการวางแผนภาษีที่ดีค่ะ เพื่อที่จะจัดการภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย และใช้สิทธิประโยชน์เพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้สูงที่สุด

ตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี อ่านบทความนี้นะคะ >> 12​ เคล็ดลับ​ ที่ช่วยให้คุณเสียภาษีน้อยลง

5. การวางแผนหลังเกษียณ

“ทำงานมาแทบตาย พอแก่ชราทำไมลำบ๊าก ลำบาก” ทุกคนคงไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเราใช่ไหมคะ

ดังนั้น เรามาางแผนเกษียณ เพื่อให้เรามีคุณภาพที่ดีหลังเกษียณกันนะคะ ซึ่งอย่างแรกเลยเราต้องประมาณก่อนว่าเรามีเวลาทำงานอีกกี่ปี จะเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ อยากใช้เงินหลังเกษียณจำนวนเท่าไรต่อเดือนและประมาณระยะเวลาในการใช้เงินหลังเกษียณก่อนที่จะไม่มีชีวิตอยู่อีก ซึ่งจะทำให้เราพอคาดการณ์ได้ว่าก่อนเกษียณต้องมีเงินก้อนจำนวนเท่าไหร่ และมีระยะเวลาคงเหลือในการเก็บก่อนเกษียณเท่าไหร่ เพราะในยามแก่ชรา เราก็อยากที่จะใช้ชีวิตที่สุขสบาย โดยที่ไม่ต้องลำบากอีกต่อไปนั่นเองค่ะ

6. การวางแผนมรดก

วางแผนมรดก ควรจะทยอยส่งมอบทรัพย์สินในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสมและไม่ทำให้เสียภาษีมากจนเกินไปค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีมรดก 40 ล้านบาทและทายาท 1 คน ก็สามารถทยอยมอบให้ปีละ 20 ล้านบาทจำนวน 2 ปี ก็จะไม่เสียภาษีจากส่วนเกินมูลค่าทรัพย์สินที่จะให้เป็นมรดก

ทั้งนี้ ในการวางแผนมรดกควรพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ ถ้าเกิดว่าเรามีทายาทหลายคนเพราะอาจจะเกิดปัญหาระหว่างทายาทตามมาได้ รวมทั้งไม่ควรรีบ มอบมรดกเพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องภาษีตามมา

ซึ่งการวางแผนมรดก ก็เพื่อที่จะส่งต่อทรัพย์สินให้ทายาทได้ตรงตามความต้องการของเรามากที่สุดค่ะ

 

–> มาถึงตรงนี้เพื่อนๆคงจะรู้แล้วนะคะว่าการวางแผนนั้นจำเป็น เพราะถ้าเราไม่เตรียมแผนการเงินให้ดี ก็จะทำให้การเงินของคุณผิดพลาดในอนาคตได้ค่ะ

และการเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณเพื่อที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จตามแผนที่คุณตั้งไว้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันนะคะ ปรึกษาการวางแผนการเงิน คลิ๊ก >> @moneyseries

ติดตามเรื่องราวดีๆ กับการวางแผนการเงินของคุณ

ได้ที่นี่ >> http://moneyseries.net/
 
#moneyseries

“เรียนรู้ซีรี่ย์การเงินดีๆ กับ MONEY SERIES” ปุ่มไลค์ปุ่มแชร์อยู่ข้างๆ ถ้ามือมันว่างๆกดให้กำลังใจกันบ้างนะค๊าาาา^^

แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านเลย!!!